วันที่ 1 ต.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า กลางคืนใจเต้นแรงทั้งที่นอนเฉย ๆ! แบบไหนควรเช็กหัวใจเพิ่ม มีอาการหนึ่งที่พอเกิดตอนกลางคืนแล้วน่ากลัวกว่าตอนกลางวันเยอะครับ ปิดไฟเรียบร้อย นอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง แล้วอยู่ ๆ รู้สึกว่า ตุบ…ตุบ…ตุบ… หัวใจเหมือนเต้นดังจนได้ยินอยู่ในอก บางคนเลยจับชีพจร บางคนเปิดนาฬิกาดู ยิ่งเห็นเลขขึ้นก็ยิ่งตกใจ แล้วหัวใจก็ยิ่งเต้นแรงกว่าเดิมอีก ตรงนี้หลายคนจะคิดถึง “โรคหัวใจ” ก่อนเลยครับ แต่ใจเต้นแรงตอนกลางคืนมีตั้งแต่เรื่องธรรมดาอย่างกาแฟ ความเครียด แอลกอฮอล์ นอนน้อย ไปจนถึง หัวใจเต้นผิดจังหวะ ที่ควรตรวจเพิ่ม ผมอยากให้ลองสังเกตมากกว่าว่า “เต้นแรงไหม” ให้ดูว่า มันเต้นแบบไหน เกิดนานแค่ไหน และมีอะไรเกิดพร้อมกัน เพราะรายละเอียดพวกนี้ช่วยแยกได้เยอะครับ
1️. ถ้าเต้นแรง แต่ยังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลองย้อนดูสิ่งที่ทำมาตั้งแต่บ่าย ก่อนกลัวหัวใจ ผมมักย้อนถามก่อนครับว่า วันนี้กาแฟแก้วสุดท้ายกี่โมง มีชาเขียว ชาไทย เครื่องดื่มชูกำลัง หรือ pre-workout ไหม เย็นนี้ดื่มแอลกอฮอล์หรือเปล่า เมื่อคืนได้นอนกี่ชั่วโมง ช่วงนี้งานหนักจนร่างกายเหมือนเปิดโหมดตื่นตลอดวันไหม เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ระบบประสาท sympathetic หรือระบบที่ช่วยให้ร่างกาย “ตื่นตัว” ทำงานมากขึ้น หัวใจก็เลยเต้นเร็วหรือเต้นแรงขึ้นได้ครับ บางครั้งพอนอนลง ห้องเงียบ ไม่มีเสียงอื่นมากลบ เราก็รับรู้การเต้นของหัวใจชัดขึ้นกว่าเดิมด้วย โดยเฉพาะเวลานอนตะแคงซ้าย หลายคนจะรู้สึกถึงแรงกระแทกของหัวใจชัดขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าหัวใจมีโรคจากท่านอนนั้นครับ สิ่งที่ผมสนใจคือ ถ้าหยุดพัก หายใจช้าลง ผ่านไปสักพักแล้วหัวใจค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ และเกิดหลังคาเฟอีน นอนน้อย หรือเครียดชัดเจน ภาพจะต่างจากหัวใจที่อยู่ ๆ เร่งขึ้นโดยไม่มีเหตุครับ
2️. ถ้าอยู่ ๆ “พุ่งขึ้นทันที” แล้วหยุดทันที ต้องจำจังหวะนี้ไว้ บางคนเล่าได้ชัดมากครับว่า “ตอนแรกหัวใจปกติ แล้วเหมือนมีคนกดสวิตช์ อยู่ ๆ ก็เต้นรัวเลย” จากนั้นเต้นเร็วต่อเนื่องหลายนาที แล้วจู่ ๆ ก็กลับเป็นปกติทันที ลักษณะ เริ่มทันที–หยุดทันที แบบนี้ทำให้นึกถึงหัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะบางชนิดมากขึ้น เช่น SVT หรือ supraventricular tachycardia มันต่างจากหัวใจเต้นเร็วจากความเครียดหรือออกแรงที่มักค่อย ๆ เร็วขึ้น แล้วค่อย ๆ ลดลงครับ บางคนเป็นเดือนละครั้ง บางคนปีละไม่กี่ครั้ง พอไปโรงพยาบาลหัวใจก็ดันกลับมาเต้นปกติแล้ว ตรวจ ECG ตอนนั้นเลยไม่เจออะไร นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม “ECG ปกติหนึ่งครั้ง” ไม่ได้แปลว่าไม่เคยมีหัวใจเต้นผิดจังหวะครับ ถ้าเกิดเป็นพัก ๆ แพทย์อาจพิจารณาติด Holter หรือเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจนานขึ้นเพื่อจับจังหวะตอนที่มันเกิดจริง
3️. ถ้าไม่ได้แค่เร็ว แต่เต้น “สะเปะสะปะ” ต้องสนใจมากขึ้น อันนี้ลองจับชีพจรดูได้ครับ ไม่ต้องนับเลขให้เป๊ะก่อนก็ได้ บางคนรู้สึกประมาณ ตุบ ตุบ…เว้น…ตุบ แล้วเหมือนหัวใจสะดุด แบบนี้อาจเป็น premature beat หรือหัวใจเต้นก่อนจังหวะ ซึ่งพบได้แม้ในคนที่หัวใจปกติ และบางช่วงจะเป็นมากขึ้นจากกาแฟ นอนน้อย ความเครียด หรือแอลกอฮอล์ครับ แต่อีกแบบคือ จับชีพจรแล้วไม่เป็นจังหวะเลย เร็วบ้าง ช้าบ้าง ระยะห่างระหว่างแต่ละตุบไม่เหมือนกัน ลักษณะนี้ทำให้นึกถึงภาวะอย่าง Atrial Fibrillation หรือ AF มากขึ้น โดยเฉพาะในคนอายุมาก มีความดันสูง โรคหัวใจ ไทรอยด์ หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ AF สำคัญไม่ได้มีแค่เรื่องใจสั่นครับ เพราะในบางคนมันเพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหัวใจและ Stroke ได้ด้วย ดังนั้นถ้าเริ่มรู้สึกว่า “มันไม่ได้แค่เต้นแรง แต่มันเต้นมั่ว ๆ” อันนี้ผมอยากให้ตรวจจังหวะหัวใจจริงครับ
4️. ถ้าใจเต้นแรงแล้วมี “วูบ เจ็บอก หรือหอบ” อย่ามัวแต่นอนจับชีพจร ตรงนี้ผมจริงจังครับ ใจสั่นอย่างเดียวกับใจสั่นที่มาพร้อม หน้ามืด เหมือนจะเป็นลม หมดสติ เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหงื่อออกมากผิดปกติ ความหมายไม่เหมือนกัน เพราะถ้าหัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะจนสูบเลือดออกไปเลี้ยงสมองไม่พอ เราอาจวูบหรือหมดสติได้ หรือถ้ามีโรคหัวใจอื่นอยู่ การเต้นผิดจังหวะอาจทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกหรือหอบตามมา ถ้าเกิดอาการเหล่านี้ร่วมกัน โดยเฉพาะอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น อันนี้ไม่ใช่จังหวะที่จะเปิด Google แล้วนอนรอถึงเช้าครับ ควรได้รับการประเมินเร่งด่วน
5️. ตื่นกลางคืนพร้อมหัวใจเต้นแรงบ่อย ๆ บางทีต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่หัวใจโดยตรง มีอยู่แบบหนึ่งที่ผมอยากให้คนนอนข้าง ๆ ช่วยสังเกตครับ กรนดัง เงียบเหมือนหยุดหายใจ แล้วจู่ ๆ สะดุ้งเฮือกขึ้นมา ตอนนั้นหัวใจเต้นแรงมาก ภาพนี้ทำให้นึกถึง Obstructive Sleep Apnea หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เวลาทางเดินหายใจปิด ออกซิเจนลด สมองจะปลุกร่างกายขึ้นมา แล้วระบบประสาทกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้น บางคนจึงตื่นขึ้นมารู้สึกแค่ “เมื่อคืนอยู่ ๆ ใจเต้นแรง” โดยไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านั้นตัวเองหยุดหายใจไปเป็นช่วง ๆ ถ้ามีกรนดัง ง่วงกลางวัน ปวดหัวตอนเช้า ตื่นปากแห้ง หรือความดันสูงร่วมด้วย อย่าตรวจหัวใจอย่างเดียวครับ เรื่องการนอนก็ต้องดูด้วย
6️. ถ้าเป็นบ่อยขึ้น ทั้งที่กาแฟก็ไม่ได้กิน ต้องหาตัวกระตุ้นอย่างอื่นต่อ หัวใจเต้นเร็วไม่ได้มาจากโรคหัวใจอย่างเดียวครับ ถ้าเป็นซ้ำ ๆ ผมจะคิดต่อถึงเรื่อง ไทรอยด์ทำงานมากเกิน โลหิตจาง ไข้หรือการติดเชื้อ ภาวะขาดน้ำ น้ำตาลต่ำในคนที่ใช้ยาลดน้ำตาลบางชนิด เกลือแร่ผิดปกติ รวมถึงยาบางตัว เช่น ยาลดคัดจมูก ยากระตุ้น หรือยาบางชนิดที่มีผลต่อจังหวะหัวใจ ในผู้หญิงบางคน ช่วงวัยทองที่มีอาการร้อนวูบวาบก็สามารถมาพร้อมใจสั่นตอนกลางคืนได้ครับ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาตรวจเรื่องใจสั่น บางครั้งไม่ได้จบที่ ECG อาจต้องดูเลือด ไทรอยด์ เม็ดเลือด เกลือแร่ หรือเรื่องการนอนร่วมด้วยตามอาการครับ
จำ 4 อย่างนี้ไว้ ไม่ต้องจับชีพจรจนตัวเองเครียดกว่าเดิมครับ แค่สังเกตว่า
เริ่มยังไง — ค่อย ๆ เร็วขึ้น หรือพุ่งขึ้นทันที
จังหวะเป็นยังไง — สม่ำเสมอ สะดุดเป็นครั้ง ๆ หรือมั่วไม่เป็นจังหวะ
อยู่นานแค่ไหน — ไม่กี่วินาที หลายนาที หรือเป็นต่อเนื่อง
มีอะไรตามมาด้วย — เจ็บอก หอบ หน้ามืด วูบ หรือหมดสติไหม ถ้ามีนาฬิกาหรืออุปกรณ์ที่บันทึก ECG ได้ และบังเอิญจับจังหวะตอนมีอาการได้ เก็บข้อมูลไว้ให้แพทย์ดูได้ครับ
แต่ผมไม่อยากให้ดูเลขจากนาฬิกาแล้ววินิจฉัยตัวเอง เพราะอุปกรณ์พวกนี้ช่วยจับ “เบาะแส” ได้ แต่ยังแทนการตรวจจริงไม่ได้ทั้งหมด กลางคืนใจเต้นแรงไม่ได้แปลว่าเป็นโรคหัวใจทุกคน บางคนแค่กาแฟเยอะ บางคนนอนน้อย บางคนเครียด บางคนดื่มแอลกอฮอล์ บางคนมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่สิ่งที่ผมอยากให้จำก่อนแยกย้ายไปนอนคือ ถ้ามันเริ่มเปลี่ยนจากเดิม อย่าดูแค่ว่า “หัวใจเต้นกี่ครั้ง” ให้ดูว่า จังหวะมันเปลี่ยนไหม เริ่มและหยุดแบบกะทันหันไหม เกิดบ่อยขึ้นไหม แล้วมีหน้ามืด เจ็บหน้าอก หรือหอบร่วมด้วยหรือเปล่า ถ้าแค่ได้ยินหัวใจตัวเองชัดขึ้นตอนห้องเงียบ อาจไม่มีอะไรน่ากลัวครับ แต่ถ้าจากเดิมที่ไม่เคยเป็น กลายเป็นตื่นกลางคืนเพราะหัวใจรัวซ้ำ ๆ หรือมีอาการเตือนร่วมด้วย ร่างกายอาจไม่ได้กำลังบอกให้เราพยายามหลับต่อ แต่มันกำลังบอกว่า ถึงเวลาตรวจจังหวะหัวใจให้รู้เรื่องแล้วครับ