จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า คิมเซอึย ผู้ดำเนินช่องยูทูบ Garosero Research Institute กำลังเผชิญแรงกดดันทางกฎหมายอย่างหนัก หลังถูกควบคุมตัวในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ รวมถึงข้อกล่าวหาที่เชื่อมโยงการเสียชีวิตของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ Kim Sae Ron (คิมแซรน) กับแรงกดดันทางการเงินและการทวงหนี้จากนักแสดง Kim Soo-hyun (คิมซูฮยอน) หลังการควบคุมตัวดังกล่าว ทีมกฎหมายของคิมซูฮยอนได้เร่งดำเนินมาตรการทางกฎหมายเพิ่มเติม พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจเพิ่มวงเงินฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ
อาจเพิ่มวงเงินฟ้องจาก 12,000 ล้านวอน เป็น 30,000 ล้านวอน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ทนายความ Kho Sang Rock ซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมายของคิมซูฮยอน ให้สัมภาษณ์กับ MBC ว่า “ความเสียหายที่เราประเมินใหม่ในตอนนี้มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยประเมินไว้เมื่อหนึ่งปีก่อนมาก”

เขาอธิบายว่า ในช่วงแรกของคดี ทีมงานประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ประมาณ 12,000 ล้านวอน (ราว 260 ล้านบาท) และยื่นฟ้องตามตัวเลขดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกำลังมีการประเมินความเสียหายใหม่ และอาจเพิ่มวงเงินฟ้องร้องหากจำเป็น ทนายยังระบุอีกว่า “แม้จะยังต้องคำนวณตัวเลขอย่างละเอียด แต่จากข้อมูลที่ส่งให้หน่วยงานสืบสวน เราเชื่อว่าความเสียหายในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านวอน (ราว 648 ล้านบาท)”
อพาร์ตเมนต์หรู 2 แห่งถูกอายัดแล้ว ก่อนหน้านี้ ทีมกฎหมายของคิมซูฮยอนได้ยื่นขออายัดทรัพย์สินชั่วคราวของคิมเซอีจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อพาร์ตเมนต์ในย่านซอโช กรุงโซล อพาร์ตเมนต์ในโครงการฮันยาง อพาร์ตเมนต์ เฟส 4 ย่านอัปกูจอง เขตคังนัม โดยคำร้องอายัดทรัพย์ในขณะนั้นมีมูลค่ารวม 4,000 ล้านวอน (ประมาณ 86 ล้านบาท) หรือแห่งละ 2,000 ล้านวอน อาจต้องรับผิดชอบความเสียหายจากสปอนเซอร์ด้วย

รายงานระบุว่า คิมซูฮยอนได้รับการเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทโฆษณาหลายแห่ง รวมมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านวอน (ราว 216 ล้านบาท) บริษัทที่เกี่ยวข้องมีทั้ง
Classys
FromBIO
Cuckoo Electronics
Trendmaker
หลังจากข้อกล่าวหาที่คิมเซอึยเผยแพร่เมื่อปีก่อนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักแสดง อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบสวนของตำรวจสรุปว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่มีมูล ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าคิมเซอีอาจต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเหล่านั้นด้วย
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกาหลีใต้ชี้ว่า แม้คิมเซอึยจะยื่นขอล้มละลายในอนาคต ก็อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาระหนี้ดังกล่าวได้ เนื่องจากกฎหมายฟื้นฟูกิจการและล้มละลายของเกาหลีใต้ระบุว่า ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำผิดโดยเจตนา ถือเป็นหนี้ที่ไม่สามารถล้างหนี้ได้ผ่านกระบวนการล้มละลาย ขณะนี้สายตาของสังคมกำลังจับจ้องว่า คิมเซอึยจะรับมือกับแรงกดดันทางกฎหมายและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างไร หลังถูกควบคุมตัวและเผชิญความเสี่ยงในการถูกเรียกค่าเสียหายสูงถึง 30,000 ล้านวอน

