ข่าวสังคม - โซเชียล

อย่าชะล่าใจ! ใครมีอาการเหล่านี้ ขาบวม ปวดตึง อาจไม่ใช่แค่ล้า แต่เป็นลิ่มเลือดอุดตัน

|
อย่าชะล่าใจ! ใครมีอาการเหล่านี้ ขาบวม ปวดตึง อาจไม่ใช่แค่ล้า แต่เป็นลิ่มเลือดอุดตัน

จากสื่อต่างประเทศ ได้เผยว่า อาการปวดหนักขา ความผิดปกติที่มักถูกมองข้าม อาการขาบวม ปวดตึง หรือรู้สึกหนักขา เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุ โดยคนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าเกิดจากการยืนเป็นเวลานาน การเดินมากเกินไป หรือเป็นเพียงอาการปวดขาเรื้อรังตามวัย ทำให้หลายคนเลือกที่จะละเลยและไม่ได้เข้ารับการตรวจเช็กอย่างจริงจัง สัญญาณเตือนภัยของภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (DVT) ในความเป็นจริงแล้ว อาการผิดปกติบริเวณขานั้น ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis: DVT) ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันผลกระทบทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ขาบวมแบบไหนควรระวังลิ่มเลือด

หนึ่งในลักษณะที่ควรให้ความสนใจคือ อาการบวมที่เกิดขึ้นเพียงข้างเดียว โดยเฉพาะเมื่อขาข้างหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอีกข้างอย่างเห็นได้ชัด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกมักเกิดขึ้นบริเวณขาข้างเดียว เพราะลิ่มเลือดไปขัดขวางการไหลกลับของเลือด ทำให้เลือดคั่งอยู่บริเวณขา ส่งผลให้เกิดอาการบวม

หากมีอาการร่วม เช่น

-ขาข้างหนึ่งบวมผิดปกติ

-รู้สึกหนักขา ตึง หรือปวดเมื่อย

-ผิวบริเวณที่บวมมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือรู้สึกร้อน

-มีอาการแดงหรือกดแล้วเจ็บ

ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงอาการเหนื่อยล้าทั่วไป

อันตรายที่สุดไม่ใช่แค่ขาบวม แต่คือลิ่มเลือดหลุดไปปอด หลายคนอาจคิดว่าอาการขาบวมเป็นเพียงปัญหาเฉพาะบริเวณขา แต่ความน่ากังวลของภาวะลิ่มเลือดอุดตันคือ เมื่อลิ่มเลือดหลุดออกจากผนังหลอดเลือด อาจเดินทางไปยังอวัยวะสำคัญอย่างปอดได้ เมื่อเกิดการอุดตันของหลอดเลือดปอด ผู้ป่วยอาจมีอาการ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือเหนื่อยผิดปกติ ในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะฉุกเฉินที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

โดย ไม่นานมานี้ หญิงชาวจีนวัย 62 ปีรายหนึ่งเข้ารับการตรวจที่คลินิกศัลยกรรมหลอดเลือด หลังพบว่าขาขวาบวมต่อเนื่องเกือบ 1 สัปดาห์ เธอสังเกตว่ากางเกงเริ่มคับขึ้น บริเวณน่องมีรอยรัดจากขอบกางเกงอย่างชัดเจน และรู้สึกว่าขาหนักเหมือนมีของถ่วง เวลาเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็เริ่มรู้สึกปวดเมื่อย ในตอนแรกเธอคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการยืนนานในแต่ละวัน ทั้งดูแลหลาน ทำอาหาร และออกไปซื้อของ จึงเลือกใช้วิธีแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นประมาณ 30 นาทีทุกคืน พร้อมให้สามีช่วยนวดขาแรง ๆ เพราะเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดอาการบวม แต่หลังทำต่อเนื่อง 2-3 วัน อาการกลับไม่ดีขึ้น ขายิ่งบวมมากกว่าเดิม ผิวบริเวณน่องเริ่มแดง และรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส

เธอเล่าว่า ตอนแรกคิดว่าน่าจะพักแล้วดีขึ้น แต่เมื่อเดินไปซื้อของระยะทางเพียงประมาณ 100 เมตร กลับมีอาการปวดจนแทบเดินต่อไม่ไหว ลูกชายจึงพาไปโรงพยาบาลทันที ผลตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดขาส่วนล่างพบว่า เธอมีภาวะ ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกของขาขวา

แพทย์ระบุว่า โชคดีที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา เพราะหากยังคงนวดขาแรง ๆ หรือพยายามลดอาการบวมด้วยวิธีต่าง ๆ โดยไม่ได้ตรวจหาสาเหตุ อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ลิ่มเลือดจะหลุดออกจากผนังหลอดเลือด

หากลิ่มเลือดเดินทางไปตามกระแสเลือดและไปอุดตันที่หลอดเลือดปอด อาจทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กรณีลักษณะนี้พบได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือคนวัยกลางคนที่มีอาการขาบวม หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าหรือปัญหากล้ามเนื้อ ทำให้พลาดสังเกตสัญญาณเตือนที่สำคัญ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News