วันที่ 19 ส.ค. 69 ทาง นายแพทย์สมาธิ ได้ออกมาเผยว่า มีกุมารแพทย์ท่านเตือนมา เชื้อไวรัสมือเท้าปากโดยเฉพาะ EV71 น่าจะเริ่มระบาดแล้วในหลายพื้นที่ ในโรงเรียนอนุบาล ศูนย์เด็กเล็ก
รบกวนคัดกรองนะครับ
-คัดกรองหน้าประตู: ตรวจไข้ สังเกตผื่น/ตุ่มน้ำที่มือ เท้า และตุ่มแผลในปากของเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน
-แยกเด็กป่วยทันที: หากพบเด็กมีไข้หรือมีอาการสงสัย ให้แยกเด็กออกจากกลุ่ม แจ้งผู้ปกครองมารับกลับไปพบแพทย์ และหยุดเรียนอย่างน้อย 7-10 วัน หรือจนกว่าแผลจะหายแห้งสะเก็ด
-โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก (โดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี) ถ้าซึมลง ชักเกร็ง กระตุก อาเจียน เป็นสัญญาณอันตรา
-สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดคือ Coxsackievirus A16 (อาการ มักไม่รุนแรง) และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งสายพันธุ์ EV71 มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้มากกว่า
อาการที่พบบ่อย
1. ไข้: มักเริ่มด้วยไข้ต่ำๆ ถึงไข้สูง 1–2 วัน
2. แผลในปาก: มีจุดแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณกระพุ้งแก้ม ลิ้น เพดานปาก ซึ่งต่อมาจะแตกเป็นแผล ทำให้เด็กเจ็บปาก น้ำลายไหล และงดกินอาหาร/นม
3. ผื่นหรือตุ่มน้ำ: ขึ้นบริเวณ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า บางครั้งอาจพบที่หัวเข่า ข้อศอก หรือก้น ตุ่มน้ำมักไม่ค่อยมีอาการคันและจะค่อยๆ ยุบตัวไปเอง
-การติดต่อ ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับ: น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย ตุ่มน้ำที่แตกออก อุจจาระของผู้ป่วย (ผ่านทางมือที่ไม่สะอาดหรือของเล่น/ข้าวของเครื่องใช้)
การรักษา
ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะสำหรับโรคนี้ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment):
- ยาลดไข้/แก้ปวด: ให้ยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว (หลีกเลี่ยงการให้ยาแอสไพริน)
- บรรเทาอาการเจ็บปาก: ป้อนน้ำเย็น นมเย็น หรือกินไอศกรีมเพื่อช่วยให้ชาและกลืนได้ง่ายขึ้น ให้กินอาหารอ่อนๆ ไม่ร้อน ไม่เผ็ด หรือไม่เค็ม
- ป้องกันภาวะขาดน้ำ: ดื่มน้ำสะอาดหรือจิบน้ำเกลือแร่เรื่อยๆ
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
หากมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อน รุนแรง (เช่น สมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ): ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส และไข้ไม่ลดลง ซึมลง อาเจียนบ่อย หรือกินอาหาร/นมไม่ได้เลย มีอาการกระตุก สะดุ้งผวา แขนขาอ่อนแรง หายใจหอบ หายใจเร็ว หรือตัวเขียว
การป้องกัน
-ล้างมือ: ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังขับถ่าย เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือก่อนทานอาหาร
-ทำความสะอาด: หมั่นทำความสะอาดของเล่น ข้าวของเครื่องใช้ และพื้นที่ส่วนรวม
-แยกผู้ป่วย: หากเด็กเป็นโรค ควรหยุดเรียนหรือหยุดไปสถานที่เลี้ยงเด็กอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลและตุ่มน้ำจะแห้งสนิทเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
