วันที่ 18 ส.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า เคยไหมครับ ลืมตาตื่นมายังไม่ทันลุกจากเตียง แต่รู้สึกว่า หัวใจเต้นตุบ ๆ เร็วกว่าปกติ เหมือนเพิ่งเดินขึ้นบันไดมา บางคนจับชีพจรแล้วตกใจ บางคนยิ่งกลัว หัวใจก็ยิ่งเต้นเร็วเข้าไปอีก อาการแบบนี้ ไม่ได้แปลว่าหัวใจมีโรคทุกคนครับ เพราะตอนใกล้ตื่น ร่างกายกำลังเปลี่ยนจากโหมดพักไปเป็นโหมดพร้อมใช้งาน ระบบประสาทและฮอร์โมนที่ช่วยปลุกร่างกายเริ่มทำงาน ชีพจรจึงขยับขึ้นได้ แต่ถ้าเป็น ใจสั่นชัด ๆ ทั้งที่ยังนอนนิ่ง เกิดซ้ำบ่อย เต้นผิดจังหวะ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ผมไม่อยากให้จบแค่คำว่า “คงเครียด” เพราะตั้งแต่การนอน คาเฟอีน ไทรอยด์ ไปจนถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะก็ทำให้เกิดภาพคล้ายกันได้ครับ ลองเช็กทีละข้อครับ
1️. ตื่นแล้วหัวใจเร็วแค่ชั่วครู่ ก่อนค่อย ๆ ลง
อาจเป็นการตอบสนองของร่างกายตอนตื่น ตอนเราหลับ ร่างกายจะอยู่ในโหมดพักมากขึ้นครับ พอใกล้ตื่น ระบบประสาทที่ช่วยให้เราตื่นตัวเริ่มทำงานมากขึ้น ร่างกายเตรียมพร้อมให้เราลุก เดิน คิด และเริ่มวันใหม่ เพราะฉะนั้นชีพจรที่เพิ่มขึ้นจากตอนหลับ เล็กน้อยและชั่วคราว สามารถเกิดขึ้นได้ ยิ่งถ้าตื่นเพราะ ฝันร้าย, เสียงปลุกดังมาก, สะดุ้งตื่น, เครียด, นอนไม่พอ, หัวใจอาจกระโดดเร็วขึ้นอีกนิดครับ สิ่งที่ผมจะดูคือ มันค่อย ๆ สงบลงหรือไม่ ถ้าตื่นมาใจเต้นแรงแป๊บเดียว นอนนิ่งสักพักแล้วกลับมาเป็นปกติ ไม่มีแน่นอก หอบ หน้ามืด หรือเป็นลม ภาพนี้ต่างจากคนที่หัวใจวิ่งเร็วต่อเนื่องเป็นหลายนาทีครับ
2️. ถ้าเต้น “ไม่สม่ำเสมอ” มากกว่าแค่เต้นเร็ว ต้องสนใจจังหวะหัวใจ
คำว่าใจสั่นของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ บางคนหมายถึง ตุบ ตุบ ตุบ เร็วแต่สม่ำเสมอ แต่อีกคนเป็น ตุบ...ตุบตุบ...เว้น...ตุบ หรือรู้สึกเหมือนหัวใจ สะดุด กระตุก ตีปีก เต้นรัวขึ้นมาทันที แบบหลังนี้ผมจะสนใจเรื่อง Arrhythmia หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มากขึ้น หนึ่งในชนิดที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินคือ Atrial fibrillation หรือ AF ซึ่งหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ ทำให้ชีพจรอาจเร็วและไม่สม่ำเสมอได้ อาการอาจเป็นใจสั่น เหนื่อย เวียนหัว หรือหายใจไม่อิ่ม แต่บางคนก็แทบไม่มีอาการครับ ไม่ได้หมายความว่าตื่นมาใจสั่นทุกคนเป็น AF นะครับ หัวใจเต้นก่อนกำหนดเป็นบางจังหวะก็ทำให้รู้สึกสะดุดได้ และบางชนิดไม่ได้อันตราย แต่ถ้า จังหวะผิดปกติเกิดซ้ำบ่อยขึ้น อยู่เป็นนานขึ้น หรือเพิ่งเริ่มเป็นทั้งที่ไม่เคยเป็น ควรตรวจให้รู้ว่าหัวใจกำลังเต้นจังหวะอะไรครับ
3️. กรนหนัก หยุดหายใจตอนหลับ แล้วตื่นมาใจเต้นแรง
ต้องนึกถึงเรื่องการนอน บางคนคิดว่าหัวใจเป็นต้นเหตุอย่างเดียว แต่จริง ๆ ปัญหาอาจเริ่มมาตั้งแต่ตอนเรายังหลับครับ โดยเฉพาะ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ Sleep Apnea คือช่วงที่ทางเดินหายใจตีบหรือปิดซ้ำ ๆ ตอนนอน ทำให้หายใจหยุดเป็นช่วง ๆ ออกซิเจนอาจลดลง และสมองต้องกระตุ้นให้ร่างกายตื่นขึ้นมาเพื่อกลับมาหายใจ ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ร่างกายไม่ได้หลับสบาย ๆ ครับ มันเหมือนถูกปลุกฉุกเฉินซ้ำ ๆ ทั้งคืน ระบบประสาทตื่นตัว หัวใจถูกกระตุ้น ความดันขยับ จังหวะหัวใจก็สามารถถูกรบกวนได้ Sleep Apnea เป็นหนึ่งในภาวะที่สัมพันธ์กับหัวใจเต้นผิดจังหวะครับ ถ้ามีภาพแบบนี้ร่วมกัน กรนดังมาก คนนอนข้าง ๆ บอกว่าหยุดหายใจแล้วเฮือก ตื่นมาปากแห้ง ปวดหัวตอนเช้า นอนครบแต่ยังง่วง ความดันสูง แล้วตื่นมาใจเต้นแรงบ่อย อย่าดูแต่ชีพจรครับ ต้องดูคุณภาพการนอนด้วย
4️. คาเฟอีน แอลกอฮอล์ ยาบางชนิด และการพักผ่อนน้อย อาจเป็นตัวกระตุ้นที่เราไม่ทันนึกถึง
บางคืนก่อนนอนบอกว่าไม่ได้กินกาแฟครับ แต่ตอนบ่ายมีลาเต้แก้วใหญ่ เย็นมีชา กลางคืนดื่มแอลกอฮอล์ นอนตีหนึ่ง แล้วตื่นหกโมง เช้ามาหัวใจสั่น ตรงนี้ต้องย้อนดูทั้งวันครับ ไม่ใช่ดูแค่ว่าเมื่อคืนก่อนขึ้นเตียงกินอะไร คาเฟอีนในบางคนกระตุ้นให้รู้สึกใจสั่นได้ โดยเฉพาะคนที่ไวต่อคาเฟอีนหรือได้รับปริมาณมาก ส่วนแอลกอฮอล์และการอดนอนก็สามารถรบกวนจังหวะหัวใจในคนที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นได้ ยาบางชนิดก็ควรดูด้วยครับ โดยเฉพาะยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กระตุ้น เช่น ยาแก้คัดจมูก ยาบางชนิดที่ใช้รักษาหอบหืด หรือผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักบางประเภท ยาบางกลุ่มสามารถกระตุ้นหัวใจเต้นเร็วหรือผิดจังหวะได้เช่นกัน ถ้าเพิ่งเริ่มยาใหม่แล้วใจสั่นตามมา อย่าหยุดยาเองครับ เอาชื่อยาและอาการไปคุยกับผู้รักษาจะปลอดภัยกว่า
5️. ถ้าเป็นบ่อยทั้งที่นอนเฉย ๆ ต้องมองไกลกว่าหัวใจด้วย
หัวใจเต้นเร็วไม่ใช่โรคหัวใจอย่างเดียวครับ บางครั้งหัวใจกำลัง “ตอบสนอง” ต่อปัญหาอื่นของร่างกาย เช่น ไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ฮอร์โมนไทรอยด์สูงสามารถกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วหรือผิดจังหวะได้ ถ้ามีร่วมกับ มือสั่น ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย น้ำหนักลดทั้งที่กินปกติ ถ่ายบ่อย นอนไม่หลับ ก็ควรคิดถึงไทรอยด์ครับ อีกกลุ่มคือ ภาวะซีด เลือดมีความสามารถพาออกซิเจนลดลง ร่างกายจึงอาจชดเชยด้วยการให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น บางคนจะเหนื่อยง่าย หน้าซีด เวียนหัว เดินขึ้นบันไดแล้วใจเต้นแรงผิดจากเดิม รวมถึงภาวะขาดน้ำ ไข้ การติดเชื้อ น้ำตาลต่ำ หรือความผิดปกติของเกลือแร่บางชนิดก็ทำให้หัวใจเต้นเร็วได้ เพราะฉะนั้นถ้าใจเต้นเร็วซ้ำ ๆ ผมไม่อยากให้ฟันธงจากอาการเดียวว่า “หัวใจมีปัญหาแน่” แต่ก็ไม่ควรฟันธงอีกด้านว่า “แค่เครียดครับ” ตรวจให้รู้สาเหตุดีกว่า
6️. ถ้าใจสั่นมาพร้อมแน่นอก หอบ หน้ามืด หรือเกือบเป็นลม อันนี้ไม่ควรรอดูเฉย ๆ
นี่คือจุดแบ่งสำคัญครับ ใจสั่นอย่างเดียวชั่วคราว กับใจสั่นที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่า เลือดอาจไปเลี้ยงอวัยวะได้ไม่พอ ความเร่งด่วนไม่เหมือนกัน ถ้าใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็วแล้วมี เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เวียนหัวมาก หน้ามืด รู้สึกว่าจะเป็นลม หรือเป็นลมจริง ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์เร็วครับ เพราะอาการเหล่านี้พบร่วมกับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่สำคัญได้ และอาการเป็นลมร่วมกับใจสั่นเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ต้องระวังเรื่องสาเหตุจากหัวใจ ถ้า เจ็บหรือกดแน่นหน้าอกรุนแรง หายใจลำบากมาก หรือเป็นลม อย่านั่งจับชีพจรแล้วรอให้มันผ่านครับ ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เพราะอาการหัวใจขาดเลือดก็อาจมีแน่นหน้าอก หายใจลำบาก และอาการอื่นร่วมด้วยได้
ถ้าตื่นมาใจสั่น ลองเก็บข้อมูล 5 อย่างนี้ไว้
- จับชีพจรประมาณ 30–60 วินาที ดูว่าเร็วแค่ไหน และสำคัญมากคือ “สม่ำเสมอหรือสะดุด”
- ดูว่าเป็นนานเท่าไร 20 วินาทีแล้วหาย กับเต้นรัวอยู่ 20 นาที ความหมายต่างกันครับ
- จดว่าเกิดช่วงไหน เพิ่งตื่น ฝันร้าย หลังดื่มแอลกอฮอล์ หลังนอนน้อย หรือเกิดแบบไม่มีตัวกระตุ้น
- ดูอาการร่วม เช่น แน่นอก หอบ หน้ามืด เหงื่อแตก มือสั่น หรือเป็นลม
- ถ้ามีนาฬิกาหรืออุปกรณ์บันทึกคลื่นหัวใจได้ เก็บข้อมูลตอนมีอาการไว้ให้แพทย์ดูได้ แต่อย่าใช้ผล
จากอุปกรณ์อย่างเดียวฟันธงว่าเป็นหรือไม่เป็นโรคหัวใจ ถ้าอาการเกิดเป็นพัก ๆ แล้วไปตรวจตอนปกติ คลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจไม่เจออะไรครับ บางคนจึงต้องใช้เครื่องบันทึกหัวใจต่อเนื่อง เช่น Holter monitor ซึ่งเป็นเครื่องเล็ก ๆ ที่ติดไว้เพื่อบันทึกจังหวะหัวใจระหว่างใช้ชีวิตจริง ตรงนี้ช่วยตอบคำถามสำคัญที่สุดว่า “ตอนที่รู้สึกใจสั่น หัวใจเต้นเป็นจังหวะอะไร?”
แล้วชีพจรเกิน 100 ตอนตื่น = อันตรายไหม? ไม่ควรใช้เลขเดียวตัดสินครับ ทางการแพทย์มักเรียกชีพจรขณะพักที่มากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีว่า Tachycardia หรือหัวใจเต้นเร็ว แต่ความหมายต้องดูบริบทด้วยครับ ถ้าเพิ่งสะดุ้งตื่น ฝันร้าย มีไข้ หรือกำลังวิตก ชีพจรอาจเกิน 100 ชั่วคราวได้ แต่ถ้า นอนนิ่ง ๆ แล้วยังเร็วต่อเนื่อง เป็นซ้ำบ่อย สูงผิดจากปกติของตัวเองชัดเจน เต้นไม่สม่ำเสมอ หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย แบบนี้ควรหาสาเหตุครับ เพราะสำหรับเรื่องหัวใจ รูปแบบ + ระยะเวลา + อาการร่วม สำคัญกว่าเลขตัวเดียวมาก
ตื่นมาแล้วหัวใจเต้นเร็ว ไม่ได้แปลว่าหัวใจพังทันทีครับ บางครั้งเป็นเพียงช่วงที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนจากการหลับเข้าสู่การตื่น บางครั้งมาจากนอนน้อย ความเครียด คาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์ แต่ถ้าเกิดซ้ำทั้งที่ยังนอนนิ่ง เต้นรัวหรือไม่สม่ำเสมอ เป็นอยู่นานขึ้น มีกรนและหยุดหายใจตอนหลับ หรือมีแน่นอก หอบ หน้ามืด เกือบเป็นลมร่วมด้วย อันนี้ไม่ควรใช้คำว่า “คงคิดมากไปเอง” แล้วจบครับ สิ่งที่ผมอยากให้จำคือ ใจสั่นเป็นอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค ต้นเหตุอาจอยู่ที่หัวใจ การนอน ไทรอยด์ เลือด ยา หรือพฤติกรรมบางอย่าง
หาสาเหตุให้เจอครับ โดยเฉพาะถ้าอาการเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะหัวใจเต้นเร็วชั่วคราวกับหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ควรดูแลต่อ หน้าตาตอนรู้สึกอาจคล้ายกันมากครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ