วันที่ 12 ส.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า กรนดัง สะดุ้งหายใจตอนหลับ! แบบไหนเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ? เคยเป็นกันไหมครับ? นอนเต็ม 7–8 ชั่วโมง แต่ตื่นมาเหมือนยังไม่ได้นอน ตอนกลางคืนกรนดัง บางช่วงเงียบไป แล้วอยู่ ๆ ก็สะดุ้งเฮือกเหมือนคนขาดอากาศ คนที่นอนข้าง ๆ บางคนตกใจจนต้องเขย่า แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องเลยครับ นี่แหละคือสิ่งที่ผมอยากให้ระวัง เพราะเสียงกรนบางแบบอาจไม่ใช่แค่เรื่องเสียงดังรบกวนคนข้างบ้าน แต่อาจเป็นสัญญาณของ Obstructive Sleep Apnea หรือ OSA ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากทางเดินหายใจอุดกั้นครับ เวลาหลับ กล้ามเนื้อบริเวณคอจะคลายตัวตามธรรมชาติ
ในบางคน เนื้อเยื่อด้านหลังคอและโคนลิ้นจะยุบลงมามากจนทางเดินหายใจแคบ อากาศวิ่งผ่านช่องแคบ ๆ ก็เกิดเป็นเสียงกรน แต่ถ้าแคบมากจนลมผ่านแทบไม่ได้ การหายใจก็จะสะดุดหรือหยุดเป็นช่วง ๆ ออกซิเจนเริ่มลด สมองก็ต้องส่งสัญญาณปลุกเราให้ตื่นขึ้นมานิดหนึ่ง บางคนเลยมีภาพแบบนี้ทั้งคืนครับ กรน…เงียบ…เงียบ…แล้วเฮือก! จากนั้นกลับไปกรนใหม่ วงจรนี้อาจเกิดซ้ำหลายครั้งระหว่างคืนโดยที่เจ้าตัวจำไม่ได้เลยครับ แล้วกรนแบบไหนที่ผมอยากให้ระวังเป็นพิเศษ?
1️. กรนดังเกือบทุกคืน ไม่ใช่นาน ๆ เป็นที ทุกคนอาจกรนได้ครับ วันที่เหนื่อยมาก ดื่มแอลกอฮอล์ เป็นหวัด จมูกตัน บางคืนกรนขึ้นมาไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าคนในบ้านเริ่มบอกว่า “กรนทุกคืนเลยนะ” “ดังจนได้ยินอีกห้อง” “นอนท่าไหนก็ยังกรน” แบบนี้ผมจะเริ่มสนใจมากขึ้นครับ เพราะ เสียงกรนดังเป็นประจำ เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยใน OSA แต่จำง่าย ๆ ว่า กรนอย่างเดียว ยังบอกไม่ได้ว่าเป็น Sleep Apnea สิ่งที่ทำให้น่าสงสัยขึ้นคือ มีอาการอื่นมาร่วมด้วยครับ
2️. กรนอยู่ดี ๆ แล้ว “เงียบไป” ก่อนสะดุ้งเฮือก อันนี้เป็นภาพที่ผมอยากให้จำครับ บางคนไม่ได้กรนต่อเนื่องทั้งคืน แต่จะเป็น กรนดัง แล้วเสียงหายไปหลายวินาที จากนั้นอยู่ ๆ สะดุ้ง สำลัก หายใจเฮือก หรือเหมือนกำลังติดอะไรอยู่ในคอ ตรงช่วงที่เงียบ บางครั้งคือช่วงที่ลมหายใจหยุดหรือไหลผ่านได้น้อยมาก พอออกซิเจนลด สมองก็เหมือนยามเฝ้าบ้านครับ เห็นอะไรผิดปกติ ก็รีบกดสัญญาณเตือน ร่างกายจึงสะดุ้งขึ้นมาหายใจใหม่ แล้วพออากาศผ่าน เราก็กลับไปหลับต่อ เจ้าตัวเลยอาจพูดว่า “ผมนอนทั้งคืน ไม่เคยตื่นเลยนะหมอ” จริงครับ แต่สมองอาจถูกปลุกแบบสั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมาทั้งคืนโดยที่เราไม่จำครับ
3️. นอนนาน แต่ตื่นมาไม่สดชื่น อันนี้เป็นผลที่เกิดตอนกลางวันครับ ถ้าคืนนั้นสมองต้องคอยปลุกตัวเอง เพื่อเปิดทางเดินหายใจซ้ำ ๆ การนอนก็จะไม่ต่อเนื่อง เหมือนมือถือที่เสียบชาร์จ 8 ชั่วโมง แต่ปลั๊กหลุดทุก ๆ ไม่กี่นาที ดูเหมือนชาร์จนานนะครับ แต่แบตไม่เคยเต็มจริง บางคนจึงตื่นมาแล้วรู้สึกว่า ปวดหัวตอนเช้า ปากแห้ง มึน ๆ ง่วงทั้งวัน สมาธิลด หงุดหงิดง่าย บางคนหนักถึงขั้นนั่งประชุมก็หลับ ดูทีวีก็หลับ หรือขับรถแล้วเริ่มง่วง ตรงนี้ไม่ควรมองว่า “คงแก่แล้ว” หรือ “เมื่อคืนคงนอนไม่พอ” เพราะถ้าเกิดซ้ำบ่อย ควรหาสาเหตุครับ
4️. พุงใหญ่ คอใหญ่ น้ำหนักขึ้น แล้วกรนหนักกว่าเดิม เรื่องนี้เริ่มเข้าทางเมตาบอลิกชัดมากครับ ภาวะอ้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของ OSA เพราะไขมันที่สะสมบริเวณคอและทางเดินหายใจส่วนบน มีส่วนทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลง ขณะเดียวกัน ไขมันในช่องท้องที่มากขึ้น ก็ทำให้การขยายตัวของทรวงอกและการหายใจทำงานลำบากขึ้นได้ในบางคน ผมเลยมักเห็นภาพนี้ครับ น้ำหนักค่อย ๆ ขึ้น พุงเริ่มมา คอเริ่มใหญ่ กรนเริ่มดังขึ้น แล้ววันหนึ่งคนข้าง ๆ บอกว่า “ช่วงนี้เหมือนหยุดหายใจตอนนอนนะ” เรื่องนี้จึงไม่ได้จบแค่ “อ้วนแล้วกรน” เพราะ OSA ยังสัมพันธ์กับปัญหาเมตาบอลิกหลายอย่าง รวมถึงความดันสูง ดื้ออินซูลิน และโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วยครับ
5️. ความดันสูง คุมยาก ทั้งที่กินยาอยู่ ข้อนี้ผมอยากให้คนที่มีความดันอ่านครับ เวลาหยุดหายใจระหว่างหลับ ออกซิเจนในเลือดจะลดเป็นช่วง ๆ ร่างกายจะตอบสนองเหมือนกำลังมีเหตุฉุกเฉิน หัวใจเต้นเร็วขึ้น ระบบประสาทซิมพาเทติกถูกกระตุ้น หลอดเลือดหดตัว ถ้าเกิดแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกทุกคืน ความดันก็อาจถูกผลักขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นบางคนที่ กินยาความดันหลายตัวแล้ว แต่ความดันยังคุมยาก โดยเฉพาะถ้ากรนดัง ง่วงกลางวัน พุงใหญ่ หรือมีคนเห็นว่าหยุดหายใจตอนหลับ ผมจะนึกถึง OSA เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ควรประเมินครับ
แล้วใครบ้างที่เสี่ยงมากขึ้น?
นอกจากภาวะอ้วนแล้ว ความเสี่ยงยังเพิ่มขึ้นได้จากหลายอย่าง เช่น
- อายุเพิ่มขึ้น
- ผู้ชายพบได้บ่อยกว่าในหลายช่วงอายุ
- โครงสร้างคอหรือทางเดินหายใจแคบ
- ต่อมทอนซิลโต
- ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน เพราะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอคลายมากขึ้น
- นอนหงายในบางคน เพราะโคนลิ้นและเนื้อเยื่ออาจตกไปด้านหลังมากขึ้น
- มีคนในครอบครัวเป็น OSA
บางคนไม่ได้อ้วนครับ แต่โครงสร้างทางเดินหายใจทำให้เสี่ยงได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าใช้รูปร่างอย่างเดียวตัดสินว่า ใครจะเป็นหรือไม่เป็น OSA ครับ
ถ้าสงสัย ต้องตรวจยังไง?
สิ่งที่ใช้ยืนยันไม่ใช่การอัดเสียงกรนอย่างเดียวครับ แพทย์จะเริ่มจากถามประวัติ กรนดังไหม มีคนเห็นว่าหยุดหายใจหรือเปล่า ง่วงกลางวันแค่ไหน น้ำหนักและรอบคอประมาณไหน มีความดันหรือโรคประจำตัวอะไร จากนั้นคนที่สงสัย อาจต้องตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Study การตรวจนี้ช่วยดูว่า ระหว่างหลับมีการหยุดหรือสะดุดของการหายใจกี่ครั้ง ออกซิเจนลดลงแค่ไหน และความรุนแรงอยู่ระดับใด ตรงนี้สำคัญครับ เพราะเสียงกรนอย่างเดียว บอกความรุนแรงไม่ได้ บางคนกรนดังมาก แต่ไม่ได้มี OSA รุนแรง ขณะที่บางคนเสียงไม่ได้ดังที่สุด แต่หยุดหายใจบ่อยก็มีครับ
แล้วเราช่วยเหลือตัวเองอะไรได้บ้าง?
- ถ้ามีน้ำหนักเกินหรือพุงใหญ่ การลดน้ำหนักมีส่วนช่วยลดความรุนแรงของ OSA ในหลายคน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยทั้งเรื่องน้ำหนัก ระบบเผาผลาญ และคุณภาพการนอน
- ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ใกล้เวลานอน โดยเฉพาะคนที่กรนหรือมี OSA
- บางคนอาการแย่เวลานอนหงาย การปรับท่านอนอาจช่วยได้
- ถ้าจมูกตันเรื้อรัง ภูมิแพ้ หรือมีปัญหาทางเดินหายใจ ควรประเมินและจัดการสาเหตุ
- ถ้าตรวจพบ OSA การรักษาอาจมีตั้งแต่ปรับพฤติกรรม อุปกรณ์ในช่องปาก ไปจนถึงเครื่อง CPAP ขึ้นกับความรุนแรงและลักษณะของแต่ละคน
สรุปแล้ว ถ้าคุณกรนอย่างเดียว ยังไม่ต้องรีบสรุปว่าตัวเองเป็น Sleep Apnea ครับ แต่ถ้าภาพเริ่มเป็นแบบนี้ กรนดังเป็นประจำ มีช่วงเงียบเหมือนหยุดหายใจ สะดุ้งเฮือกหรือสำลักกลางคืน นอนนานแต่ตื่นมาไม่สดชื่น กลางวันง่วงมาก และมีพุงใหญ่หรือความดันคุมยากร่วมด้วย ตรงนี้ผมอยากให้ลองคุยกับแพทย์เรื่องการประเมิน OSA ครับ เพราะการนอน 8 ชั่วโมง ไม่ได้แปลว่าเราได้ “การนอนดี ๆ” 8 ชั่วโมงเสมอไป บางคนอยู่บนเตียงทั้งคืน แต่ร่างกายต้องคอยปลุกตัวเองขึ้นมาหายใจซ้ำ ๆ ถ้าแก้ต้นเหตุได้ สิ่งที่ดีขึ้นอาจไม่ได้มีแค่เสียงกรน แต่รวมถึงการตื่นมาสดชื่นขึ้น ความง่วงกลางวัน และสุขภาพหัวใจ ระบบเผาผลาญ และความดันในระยะยาวด้วยครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ