นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือหมอเจด รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ข้อความในเพจ หมอเจด ให้ความรู้เกี่ยวกับการ ไหลตาย ไว้ว่า สมัยก่อน หากมีชายหนุ่มในหมู่บ้านเสียชีวิตกลางดึก ทั้งที่ตอนกลางวันยังดูแข็งแรง ทำงานหนักได้ และไม่มีโรคประจำตัว คนอีสานบางพื้นที่มักเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ผีแม่ม่ายเอาไป หรือ โรคแม่ม่าย
แต่ในทางการแพทย์ สิ่งที่ชาวบ้านเคยเรียกว่าโรคแม่ม่าย ส่วนหนึ่งตรงกับภาวะที่เรียกว่า โรคไหลตาย หรือ Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome: SUNDS คือการเสียชีวิตกะทันหันในเวลากลางคืน มักเกิดกับชายวัยหนุ่ม หรือวัยกลางคนที่ดูแข็งแรง และเมื่อชันสูตรแล้วอาจไม่พบโรคหัวใจเชิงโครงสร้าง ไม่พบหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรง และไม่พบสาเหตุอื่นที่อธิบายการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน
1.ทำไมคนที่ดูแข็งแรง จึงเสียชีวิตได้
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ คิดว่าคนเป็นโรคหัวใจต้องอ้วน ต้องเหนื่อยง่าย ต้องเจ็บหน้าอก หรือมีหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนเสมอ แต่ Brugada syndrome เป็นโรคที่หัวใจอาจมีรูปร่างปกติ กล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้หนา ไม่ได้โต และหลอดเลือดหัวใจอาจไม่มีการอุดตันเลย ปัญหาอยู่ที่ ระบบไฟฟ้า ซึ่งควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เมื่อเกิดขึ้น หัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ ผู้ป่วยอาจหมดสติ หยุดหายใจ และเสียชีวิตภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที
2.ทำไมจึงพบในชายอีสานมากกว่ากลุ่มอื่น?
งานศึกษาผู้เสียชีวิตจาก SUNDS ในประเทศไทยพบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 20–49 ปี หลายรายมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และประมาณครึ่งหนึ่ง ถูกพบว่าเสียชีวิตในช่วงเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า โดยพบมากที่สุดราวตี 2 ในช่วงหลายสิบปีก่อน โรคนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อชายไทยวัยแรงงานจำนวนหนึ่งเดินทางไปทำงานก่อสร้างในประเทศสิงคโปร์แล้วเสียชีวิตอย่างกะทันหันขณะหลับ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นยังดูแข็งแรงและทำงานได้ตามปกติ
3.แล้วข้าวเหนียวเกี่ยวข้องอย่างไร?คำถามนี้สำคัญมาก เพราะมีการพูดต่อกันมานานว่า คนอีสานกินข้าวเหนียวมาก จึงเป็นโรคไหลตาย ผมขอย้ำว่า ข้อมูลปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปว่า ข้าวเหนียวเป็นสาเหตุโดยตรงของ Brugada syndrome หรือโรคไหลตาย
4.มื้อใหญ่ก่อนนอนอาจเป็นตัวกระตุ้นได้อย่างไร?หลังรับประทานมื้อใหญ่มาก โดยเฉพาะมื้อที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง กระเพาะอาหารจะขยายตัว ร่างกายจะหลั่งอินซูลินเพิ่มขึ้น และระบบประสาทพาราซิมพาเทติกหรือ vagal tone จะทำงานเด่นขึ้น
5.ตัวกระตุ้นสำคัญที่ต้องระวัง
ในผู้ที่เป็น Brugada syndrome หรือสงสัยว่ามีความเสี่ยง ตัวกระตุ้นที่มีความสำคัญ ได้แก่
- ไข้สูง เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นสามารถรบกวนการทำงานของช่องโซเดียมและทำให้ลักษณะ Brugada บน ECG ปรากฏชัดขึ้น
- การดื่มแอลกอฮอล์หนัก โดยเฉพาะก่อนนอน
- การกินมื้อใหญ่มากในช่วงดึก
- ยาบางชนิด ที่รบกวนระบบไฟฟ้าหัวใจ รวมถึงยาจิตเวช ยาชา และยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะบางกลุ่ม
- ความผิดปกติของเกลือแร่ เช่น โพแทสเซียมต่ำหรือสูงผิดปกติ และบางครั้งเหตุการณ์สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีตัวกระตุ้นที่ชัดเจนเลย
6.ชันสูตรแล้วทำไมอาจไม่พบอะไร? เพราะ Brugada syndrome เป็นโรคของระบบไฟฟ้าหัวใจ การชันสูตรจึงอาจพบว่า หัวใจมีขนาดปกติ หลอดเลือดหัวใจไม่ได้ตีบรุนแรง ไม่พบกล้ามเนื้อหัวใจตาย ไม่พบลิ่มเลือดอุดตันในปอด และไม่พบสารพิษที่อธิบายการเสียชีวิต
7.ใครบ้างควรไปตรวจ?
คนวัยหนุ่มไม่จำเป็นต้องไปตรวจพันธุกรรมทุกคน แต่ควรปรึกษาแพทย์หากมีประวัติเหล่านี้
-เคยเป็นลมหรือหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
-เคยมีอาการใจสั่นร่วมกับหน้ามืด
-เคยชัก โดยเฉพาะขณะหลับหรือขณะมีไข้
-มีคนสังเกตว่าหายใจเฮือกหรือส่งเสียงผิดปกติขณะนอน
-เคยหมดสติเมื่อมีไข้สูง
-หรือมีพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือลูกเสียชีวิตกะทันหันตั้งแต่อายุน้อย
