ข่าวสังคม - โซเชียล

หมอเตือน! สายกินผัก ยิ่งกินทำไมลำไส้ยิ่งแปรปรวน ระวังเลือกผักผิด

|
หมอเตือน! สายกินผัก ยิ่งกินทำไมลำไส้ยิ่งแปรปรวน ระวังเลือกผักผิด

วันที่ 2 ส.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า ยิ่งกินผัก ลำไส้ยิ่งแปรปรวน! ระวังเลือกผักผิด! “หนูก็พยายามกินคลีนแล้วนะหมอ…แต่ทำไมยิ่งกินผัก ยิ่งท้องอืด?” บางคนจากเดิมท้องแค่ป่องนิดหน่อย พอเริ่มกินสลัดชามใหญ่ทุกมื้อ กลายเป็นแน่นท้อง ตดทั้งวัน ปวดบิด และเข้าห้องน้ำเดี๋ยวท้องเสีย เดี๋ยวท้องผูก จนเริ่มคิดว่า “หรือผักจะไม่ดีกับลำไส้คะ?” ผักยังเป็นอาหารที่ดีครับ แต่สำหรับคนที่มีลำไส้แปรปรวน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่คำว่า “ผัก” แต่อยู่ที่ เลือกชนิดไหน กินมากแค่ไหน และกินในรูปแบบอะไร เพราะผักบางชนิดมีคาร์โบไฮเดรตที่หมักง่าย พอถึงลำไส้ก็เกิดทั้งน้ำและแก๊สเพิ่มขึ้น อาการจึงกำเริบได้ครับ

1️. กินผักที่มี FODMAP สูง จนท้องพองเหมือนลูกโป่ง FODMAP คือกลุ่มคาร์โบไฮเดรตสายสั้นที่ดูดซึมได้ไม่ดีในบางคนครับ เมื่อมันเดินทางเข้าไปในลำไส้ จะดึงน้ำและถูกจุลินทรีย์หมักจนเกิดแก๊สผักที่กระตุ้นอาการได้บ่อย เช่น หอมใหญ่ กระเทียม กะหล่ำดอก หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดบางชนิด และถั่วลันเตา โดยเฉพาะคนที่มี IBS อยู่แล้ว อาจเกิดอาการท้องอืด แน่น ปวดบิด หรือถ่ายผิดปกติหลังรับประทานครับ ไม่ได้แปลว่าต้องเลิกกินตลอดชีวิตนะครับ แต่ต้องเริ่มจับให้ได้ว่า ตัวไหนกินแล้วลำไส้ประท้วง

2️. เห็นว่าเป็นผัก เลยกินชามใหญ่เกินไป บางคนเคยแทบไม่กินผัก พอตั้งใจดูแลสุขภาพก็จัดสลัดกะละมังหนึ่งเลยครับ จากไฟเบอร์น้อยมาก เพิ่มเป็นไฟเบอร์เยอะมากในวันเดียว ลำไส้ยังปรับตัวไม่ทัน ก็เกิดแก๊ส แน่นท้อง และปวดบิดได้ การเพิ่มไฟเบอร์ควรค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อย ไม่ใช่อัดให้ครบทั้งเดือนในมื้อเดียวครับ

3️. กินแต่ผักดิบ ทั้งที่ลำไส้กำลังไวมาก ผักดิบมีความกรอบและปริมาตรเยอะ บางคนกินแล้วไม่มีปัญหาครับ แต่คนที่ลำไส้แปรปรวนหรือกำลังท้องอืดมาก อาจรู้สึกย่อยยาก แน่นท้อง และเกิดแก๊สมากขึ้น ช่วงที่อาการกำเริบ ลองเปลี่ยนจากสลัดดิบเป็นผักต้ม ผักนึ่ง หรือผักผัดให้นิ่มก่อน เช่น แครอต ฟักทอง บวบ แตงกวา มะเขือยาว หรือผักใบในปริมาณพอดี บางทีไม่ใช่ลำไส้ไม่เอาผักครับ แต่มันยังไม่พร้อมรับผักดิบชามใหญ่เท่านั้นเอง

4️. กินหอม กระเทียม และซอสไปพร้อมกัน แต่โทษผักอย่างเดียว หลายคนบอกว่า กินผัดผักแล้วท้องอืดครับ แต่ในจานนั้นมีทั้งกระเทียม หอมใหญ่ ซอสหวาน น้ำมันเยอะ และบางครั้งมีนมหรือครีมร่วมด้วย สุดท้ายเราเลยไม่รู้ว่าตัวกระตุ้นจริง ๆ คืออะไร โดยเฉพาะหอมใหญ่กับกระเทียมมีฟรุกแทนสูง ซึ่งเป็น FODMAP กลุ่มหนึ่งที่กระตุ้นอาการในคนลำไส้ไวได้ง่ายครับ เวลาทดสอบอาหารต้องลดตัวแปรหน่อย ไม่ใช่ใส่ทุกอย่างลงกระทะแล้วสรุปว่า “ผักทำพิษ”

5️. คิดว่าผักที่ดี ต้องกินได้ไม่จำกัด แม้แต่ผักที่บางปริมาณจัดว่า FODMAP ต่ำ ถ้ากินรวมกันหลายชนิดหรือกินมากเกินไป ปริมาณ FODMAP รวมในมื้อนั้นก็อาจสูงขึ้นจนกระตุ้นอาการได้ครับอเรื่องนี้เรียกว่า FODMAP stacking คือแต่ละอย่างดูเหมือนไม่มาก แต่พอรวมทั้งจานแล้วลำไส้รับไม่ไหว ปริมาณอาหารจึงสำคัญพอ ๆ กับชนิดอาหารครับ 6️. ตัดผักทุกชนิดทันที เพราะกลัวท้องอืด อีกด้านหนึ่งก็สุดโต่งครับ พอท้องอืดสองครั้งก็เลิกกินผักทั้งหมดการลด FODMAP ไม่ใช่การงดผักถาวร แต่เป็นการลดอาหารที่สงสัยชั่วคราว แล้วค่อยทดลองนำกลับทีละกลุ่ม เพื่อหาว่าร่างกายรับอะไรได้และรับได้มากแค่ไหน แนวทางนี้มักแบ่งเป็นช่วงลดประมาณ 4–6 สัปดาห์ ตามด้วยการทดลองอาหารกลับและปรับเป็นแผนเฉพาะบุคคลครับ

ช่วงลำไส้แปรปรวน ลองปรับแบบนี้ก่อน

- เริ่มจากผักที่มักมี FODMAP ต่ำ เช่น แครอต แตงกวา มะเขือยาว ผักกาดหอม บ็อกชอย หรือบวบ

- ลดหอมใหญ่ กระเทียม กะหล่ำดอก และเห็ดบางชนิดชั่วคราว แล้วสังเกตอาการ

- กินผักครั้งละไม่มาก และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณ

- ช่วงท้องอืดมาก เลือกผักสุกนิ่มแทนผักดิบ

- จดว่าแต่ละมื้อกินอะไร แล้วเริ่มมีอาการหลังอาหารกี่ชั่วโมง

- อย่าทำ Low-FODMAP แบบเข้มงวดต่อเนื่องเองนาน ๆ เพราะอาจทำให้อาหารแคบเกินไปครับ

ผักไม่ได้ทำร้ายลำไส้ทุกชนิดครับ แต่ลำไส้ของแต่ละคนรับชนิดและปริมาณไม่เหมือนกัน ถ้ายิ่งกินผักแล้วยิ่งแน่น ท้องอืด หรือถ่ายแปรปรวน อย่าเพิ่งเลิกกินผักทั้งหมด ลองลดปริมาณ เปลี่ยนเป็นผักสุก และหาตัวที่กระตุ้นจริง ๆ ก่อน เพราะเป้าหมายไม่ใช่กินให้เหมือนคนอื่น แต่คือกินแล้วร่างกายเราอยู่ได้สบายครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News