เป็นที่สนใจอย่างมาก ภายหลังจากที่รายการ 'โหนกระแส' ได้นำเสนอเรื่องราวการจากไปของสามีครูทรายด้วยภาวะโรคหัวใจ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดในสังคมไทย ท่ามกลางการสนทนาในรายการ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ โดยยอมรับว่าตนเองได้เริ่มรับประทานยาลดไขมันมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีแล้ว
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวของหนุ่ม กรรชัย ได้รับการตอบรับเชิงบวกจากบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณชน โดยเฉพาะจากเพจเฟซบุ๊ก CardioClinic WP ที่ได้โพสต์ข้อความแสดงความขอบคุณพิธีกรชื่อดัง ที่ได้สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภาวะไขมันในเลือดสูงและการดูแลรักษา เพจดังกล่าวระบุว่าหนุ่ม กรรชัย กำลังรับประทานยาลดไขมันยี่ห้อ Crestor เนื่องจากระดับไขมันในเลือดเกินกว่าที่จะสามารถควบคุมได้ด้วยวิธีการปรับพฤติกรรมธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นการเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการรักษาทางการแพทย์ในบางกรณี เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

เพจหมอหัวใจระบุว่า คำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำของพิธีกรดังสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาล ช่วยให้ประชาชนไทยเชื่อมั่นและเปิดใจรับประทานยาลดไขมันกลุ่มสแตติน (Statin) ตามคำแนะนำของแพทย์มากขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนพรีเซนเตอร์ที่ช่วยรณรงค์ให้ความรู้ทางสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการที่แพทย์พยายามอธิบายมาตลอดหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม ทางเพจระบุอย่างอารมณ์ดีว่า ผลกระทบอีกด้านคือคนไข้จำนวนมากแห่มาขอให้แพทย์จ่ายยาตัวเดียวกับที่พิธีกรชื่อดังรับประทาน
ทางเพจถือโอกาสให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ยา Crestor เป็นชื่อทางการค้าของยาโรซูวาสแตติน (Rosuvastatin) ซึ่งเป็นยาต้นตำรับที่มีราคาค่อนข้างสูง ทว่าปัจจุบันสิทธิบัตรยาได้หมดอายุลงแล้ว ทำให้บริษัทอื่นสามารถผลิตยาสามัญ (Generic drugs) ออกมาจำหน่ายในราคาประหยัดกว่า โดยผ่านการทดสอบมาตรฐานประสิทธิภาพและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถใช้ทดแทนกันได้ดี
พร้อมกันนี้ ได้อธิบายถึงยาลดไขมันกลุ่มสแตตินในประเทศไทย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ยุค ตั้งแต่ยุคแรกที่สกัดจากธรรมชาติ เช่น Simvastatin ยุคที่สองแบบกึ่งสังเคราะห์ และยุคที่สามแบบสังเคราะห์เต็มรูปแบบ เช่น Rosuvastatin และ Atorvastatin ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการลดระดับไขมันเลว (LDL) โดยการเลือกใช้ยาแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงของคนไข้และคำแนะนำของแพทย์ ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง

