วันที่ 12 ก.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ หมอเจด เผยว่า ค่าไตยังปกติ! แต่ 5 นิสัยนี้ทำให้ไตเสื่อมแบบไม่รู้ตัว! “ค่าไตปกติดีครับ” พอได้ยินประโยคนี้แล้วหลายคนก็โล่งเลย แล้วกลับไปกินเค็มเหมือนเดิม ปวดเมื่อไรก็ซื้อยาแก้ปวดกิน น้ำไม่ค่อยดื่ม ความดันกับน้ำตาลก็ปล่อย ๆ ไปก่อน เพราะคิดว่าไตยังปกติอยู่ แต่ความจริงคือ ไตไม่ได้พังปุ๊บแล้วค่าเลือดแดงทันทีครับ มันอาจค่อย ๆ รับภาระหนักขึ้นทีละนิด โดยเฉพาะช่วงแรกที่ยังไม่มีบวม ไม่มีปัสสาวะผิดปกติ และค่า Creatinine ยังดูเหมือนเดิม วันนี้ลองเช็ก 5 นิสัยนี้ครับว่าเรากำลังใช้ไตหนักเกินไปโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า เพราะโรคไตระยะแรกมักยังไม่มีอาการให้รู้สึกครับ
1️. กินเค็มทุกวัน แต่คิดว่าแค่ไม่เติมน้ำปลาก็พอ บางคนไม่เติมน้ำปลาเลยครับ แต่เช้ามีไส้กรอก กลางวันข้าวราดแกง เย็นก๋วยเตี๋ยวน้ำหมดชาม ระหว่างวันมีขนมกรุบกรอบอีกถุง โซเดียมไม่ได้อยู่แค่ในขวดน้ำปลาครับ มันซ่อนอยู่ในอาหารแปรรูป น้ำซุป ซอสปรุงรส ของหมักดอง และอาหารสำเร็จรูปเต็มไปหมด พอโซเดียมเยอะ ร่างกายจะกักน้ำมากขึ้น ความดันก็สูงขึ้น แล้วหลอดเลือดเล็ก ๆ ในไตต้องรับแรงดันนั้นทุกวัน จากที่ไตยังดี ก็อาจค่อย ๆ เสื่อมตามความดันที่คุมไม่อยู่ได้ครับ
2️. ปวดหัว ปวดเข่า ปวดหลัง แล้วหยิบยาแก้ปวดกินเองบ่อย ๆ กินครั้งสองครั้งอาจยังไม่เห็นอะไรครับ ปัญหาคือบางคนกินทุกสัปดาห์ บางคนกินต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะช่วงที่ท้องเสีย มีไข้ กินได้น้อย หรือร่างกายขาดน้ำ ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs สามารถทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลงได้ครับ ยิ่งขาดน้ำอยู่แล้ว ไตก็ยิ่งป้องกันตัวเองลำบาก บางคนค่าไตพุ่งแบบเฉียบพลันทั้งที่ก่อนหน้านั้นตรวจปกติมาตลอด ถ้าต้องใช้ยาแก้ปวดบ่อย อย่าซื้อวนไปเรื่อย ๆ ครับ หาสาเหตุของอาการปวด และแจ้งแพทย์ด้วยว่ามีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือกินยาอะไรอยู่บ้าง
3️. ปล่อยให้น้ำตาลกับความดันสูง เพราะยังไม่รู้สึกอะไร สองตัวนี้ทำร้ายไตแบบเงียบมากครับ น้ำตาลสูงจะค่อย ๆ ทำลายเส้นเลือดเล็กและตัวกรองในไต ส่วนความดันสูงก็เหมือนเปิดน้ำแรงใส่ตัวกรองทุกวัน ช่วงแรกเราอาจไม่ปวด ไม่บวม และยังปัสสาวะได้เหมือนเดิม แต่ความเสียหายกำลังสะสมอยู่ข้างใน เบาหวานและความดันเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไตเรื้อรังครับ เพราะฉะนั้นอย่ารอให้ค่าไตเสียก่อนแล้วค่อยคุม น้ำตาลกับความดันที่ดู “สูงนิดเดียว” แต่สูงอยู่นาน ๆ ก็เล่นงานไตได้เหมือนกัน
4️. ไม่ค่อยดื่มน้ำ แล้วรอให้ปากแห้งก่อนค่อยดื่ม ยุ่งทั้งวันครับ ประชุมยาว กลัวเข้าห้องน้ำ ขวดน้ำวางอยู่ข้างตัว แต่เย็นแล้วยังแทบไม่ลด ถ้าร่างกายขาดน้ำ เลือดที่ไปเลี้ยงไตจะลดลง ไตก็กรองของเสียได้ลำบากขึ้น ยิ่งมีอาเจียน ท้องเสีย ไข้สูง ออกกำลังกายกลางอากาศร้อน หรือกินยาบางชนิดร่วมด้วย ความเสี่ยงไตวายเฉียบพลันยิ่งเพิ่มครับ แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องฝืนดื่มวันละหลายลิตรนะครับ คนที่หัวใจล้มเหลว ไตเสื่อมระยะมาก หรือถูกจำกัดน้ำ ต้องทำตามแผนของแพทย์ ตัวที่ถูกคือ “ดื่มให้พอกับร่างกาย” ไม่ใช่น้อยเกินหรือกรอกจนเกินครับ
5️. ตรวจแค่ Creatinine แล้วคิดว่าไตปลอดภัยทั้งหมด ข้อนี้ผมอยากให้จำไว้เลยครับ ค่า Creatinine ยังปกติ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสียหายในไตเสมอไป บางคนเริ่มมีโปรตีนหรืออัลบูมินรั่วในปัสสาวะแล้ว แต่ค่าไตในเลือดยังดูดีอยู่ โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต หรือเคยไตวายเฉียบพลันมาก่อน
เวลาตรวจไตจึงควรดูทั้ง Creatinine, eGFR และปัสสาวะหาอัลบูมินหรือโปรตีน ตามความเสี่ยงครับ ไม่ใช่เห็นตัวเลขค่าเดียวเขียวแล้วปิดใบตรวจ เพราะโรคไตระยะแรกตรวจเจอได้ก่อนมีอาการ และยิ่งรู้เร็วก็ยิ่งมีเวลาแก้ครับ
อยากรักษาค่าไตให้ดี เริ่มจากวันนี้ครับ
- ลดน้ำซุป ซอส ของหมักดอง อาหารแปรรูป และขนมเค็ม
- วัดความดันเป็นระยะ ไม่รอให้ปวดหัวก่อน
- คุมน้ำตาลและ HbA1c ให้อยู่ในเป้าหมายของตัวเอง
- ไม่กินยาแก้ปวดต่อเนื่องเอง โดยเฉพาะตอนขาดน้ำหรือป่วย
- ดื่มน้ำให้เหมาะกับกิจกรรมและโรคประจำตัว
- เลิกบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำร้ายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตด้วย
- ถ้ามีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ อ้วน หรือคนในบ้านเป็นโรคไต ควรตรวจ eGFR และปัสสาวะตามคำแนะนำครับ
ค่าไตปกติวันนี้เป็นข่าวดีครับ แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใช้ไตแบบไม่พัก เพราะไตเสื่อมไม่ได้เริ่มตอนตัวเลขแดง มันอาจเริ่มจากความเค็มทุกมื้อ น้ำตาลที่สูงอยู่เรื่อย ๆ ความดันที่ไม่เคยวัด ยาแก้ปวดที่กินจนชิน และวันที่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำซ้ำ ๆ รักษาไตตอนที่มันยังดี ง่ายกว่ามานั่งกู้ตอนตัวกรองเสียไปแล้วมากครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ