วันนี้ 22 มิ.ย. 69 ณัฏฐ์ มงคลนาวิน นักวิเคราะห์ข้อมูลและยุทธศาสตร์สังคม ออกมาอธิบายว่า ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดว่าไม่ใช่ “ไฟทางทุกประเภท” ที่ถูกนำมาคิดรวมกับค่าไฟประชาชน แต่เป็นไฟสาธารณะบางส่วนของท้องถิ่นที่ถูกเฉลี่ยอยู่ในค่าไฟฐาน ไม่ใช่ค่า Ft ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ระบุว่า โครงสร้างบิลค่าไฟประกอบด้วยค่าไฟฟ้าฐาน ค่า Ft ค่าบริการรายเดือน และภาษีมูลค่าเพิ่ม
กระแสนี้เกิดขึ้นหลังโลกออนไลน์ตั้งคำถามว่า ไฟส่องสว่างตามถนน ตรอก ซอย หรือไฟทางที่เปิดใช้งานทุกคืน ถูกนำมาหารเฉลี่ยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้านจ่ายด้วยหรือไม่ โดยหลายคนสงสัยว่า ในเมื่อประชาชนจ่ายภาษีท้องถิ่นและภาษีที่ดินอยู่แล้ว เหตุใดจึงอาจต้องร่วมแบกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผ่านบิลค่าไฟอีกทาง
ณัฏฐ์อธิบายว่า ตามโครงสร้างที่เขาตรวจสอบจากหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายไฟสาธารณะบางประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ถูกนำไปเฉลี่ยเป็นต้นทุนในค่าไฟฐาน ซึ่งต่างจากค่า Ft ที่เป็นค่าไฟฟ้าผันแปรตามต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้า
ข้อมูลที่ณัฏฐ์ระบุชี้ว่า ส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาชนคือไฟสาธารณะในพื้นที่ท้องถิ่น ซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นค่าไฟให้ อปท. ในโควตาไม่เกิน 10% ของหน่วยจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ โดยมักเป็นไฟที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการใช้ชีวิตประจำวันของชุมชน
-ไฟส่องสว่างตามตรอก ซอย และถนนชุมชนที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลหรือ อบต.
-ไฟถนนสายรองหรือถนนเชื่อมหมู่บ้านที่ติดตั้งเพื่อความปลอดภัยในพื้นที่
-ไฟส่องสว่างตามสะพานข้ามคลองหรืออุโมงค์ในความรับผิดชอบของท้องถิ่น
ขณะที่ไฟทางหลวงสายหลัก ไฟของสถานที่ราชการ ไฟประดับเทศกาล หรือไฟในพื้นที่ที่มีงบประมาณเฉพาะ อาจไม่ได้อยู่ในกลไกเดียวกันทั้งหมด ดังนั้น การสรุปว่า “ไฟทางทุกดวงถูกรวมอยู่ในบิลค่าไฟบ้าน” จึงอาจกว้างเกินไปและควรแยกตามประเภทไฟและหน่วยงานที่รับผิดชอบ
ประเด็นสำคัญคือ ค่าไฟสาธารณะส่วนนี้ไม่ได้ถูกอธิบายว่าอยู่ในค่า Ft โดยตรง แต่เป็นต้นทุนที่เฉลี่ยอยู่ในค่าไฟฟ้าฐาน ซึ่งเป็นอัตราหลักที่ใช้คำนวณค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละประเภท ข้อมูลจาก กกพ. อธิบายว่า ค่า Ft คือค่าไฟฟ้าผันแปรที่สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิง ต้นทุนการซื้อไฟฟ้า และผลกระทบจากนโยบายบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปจากค่าไฟฟ้าฐาน ส่วนค่าไฟฟ้าฐานเป็นโครงสร้างอัตราค่าไฟที่ใช้เป็นหลักในการเรียกเก็บจากผู้ใช้ไฟฟ้า
ประชาชนจ่ายเท่าไหร่ในบิลค่าไฟ
ตามการประเมินของณัฏฐ์ ปริมาณไฟฟ้าสาธารณะในโควตาดังกล่าวคิดเป็นราว 2-2.5% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ และเมื่อเฉลี่ยออกมาอาจอยู่ที่ประมาณ 10-15 สตางค์ต่อหน่วย
หากบ้านหนึ่งใช้ไฟ 400 หน่วยต่อเดือน ตัวเลขที่ณัฏฐ์ยกตัวอย่างไว้คือ ประชาชนอาจมีส่วนร่วมรับภาระไฟสาธารณะประมาณ 40-60 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการประเมินเพื่ออธิบายโครงสร้าง ไม่ใช่รายการที่แสดงแยกอยู่บนบิลค่าไฟของประชาชนในปัจจุบัน
สำหรับแนวทางแก้ไข ณัฏฐ์เสนอให้รัฐปรับระบบใน 3 ทิศทางหลัก คือ แยกความรับผิดชอบค่าไฟสาธารณะให้ชัดเจน เพิ่มความโปร่งใสในบิลค่าไฟ และใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่อลดต้นทุนระยะยาว
-แยกภาระค่าไฟสาธารณะออกจากค่าไฟประชาชน หรือให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่รับผิดชอบจากงบประมาณของตนเองโดยตรง
-หากยังต้องเฉลี่ยต้นทุนผ่านบิลค่าไฟ ควรแสดงรายการให้ชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสาธารณประโยชน์เท่าใด
-เร่งเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นระบบประหยัดพลังงาน เช่น หลอด LED หรือไฟทางโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ที่เหมาะสม