เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน สิ่งที่ทุกท่านต้องระมัดระวังและใส่ใจนอกเหนือจากสุขภาพแล้ว ยังมีอันตรายจากการเกิดจากฟ้าผ่าระหว่างฝนตกตามมา ดังนั้นวันนี้เราจะมาชวนทุกท่านมารู้วิธีการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีฝนตกและมีฟ้าผ่ากัน
1. เมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้งหากไม่สามารถหาอาคารที่มั่นคงแข็งแรงหลบได้ทัน ให้ทำดังนี้
ท่านั่งที่ปลอดภัยที่สุด: นั่งยองๆ เท้าชิดกันและเขย่งปลายเท้าให้สัมผัสพื้นน้อยที่สุด ก้มศีรษะลงระหว่างเข่า และใช้มือปิดหู
ห้ามหมอบราบกับพื้น: เพราะหากฟ้าผ่าลงบริเวณใกล้เคียง กระแสไฟฟ้าจะวิ่งมาตามพื้นดินเข้าสู่ตัวคุณได้ง่ายขึ้น
อยู่ห่างจากสิ่งสูงเด่น: เช่น ต้นไม้ใหญ่ เสาไฟฟ้า หรือป้ายโฆษณา เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเป้าหมายหลักของฟ้าผ่า
หลีกเลี่ยงน้ำและโลหะ: ห้ามอยู่ใกล้สระว่ายน้ำ แหล่งน้ำ หรือถือวัตถุโลหะที่ชูสูง เช่น ร่มที่มีปลายโลหะ หรือไม้กอล์ฟ
2. เมื่ออยู่ในยานพาหนะหลบในรถยนต์
รถยนต์ที่มีหลังคาโลหะทึบเป็นที่หลบภัยที่ดี (ยกเว้นรถเปิดประทุนหรือหลังคาผ้าใบ)
ข้อควรระวัง: ปิดหน้าต่างให้สนิท และ ห้ามสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะ ของรถ เช่น พวงมาลัย สวิตช์กุญแจ หรือขอบประตู
3. เมื่ออยู่ในอาคารหรือบ้าน แม้จะอยู่ในบ้านก็ต้องระวังจุดนำไฟฟ้า
งดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า: ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟกระชาก และหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์บ้าน
อยู่ห่างจากหน้าต่างและประตู: รวมถึงเลี่ยงการเข้าใกล้โครงสร้างโลหะหรือท่อประปา
หลีกเลี่ยงการอาบน้ำ: เนื่องจากน้ำและท่อประปาสามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้หากมีฟ้าผ่าลงที่อาคาร
กฎ 30/30 สำหรับความปลอดภัยตามคำแนะนำของ NOAA
กฎ 30 วินาที: หากเห็นฟ้าแลบแล้วได้ยินเสียงฟ้าร้องภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ให้รีบเข้าที่บังทันทีเพราะพายุอยู่ใกล้มาก
กฎ 30 นาที: หลังจากฝนหยุดและเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้ายสิ้นสุดลง ควรรออย่างน้อย 30 นาที ก่อนจะออกจากที่บัง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลผู้ถูกฟ้าผ่า สามารถศึกษาได้จาก คู่มือ MSD (MSD Manuals) ซึ่งระบุว่าผู้ถูกฟ้าผ่าไม่มีกระแสไฟฟ้าค้างในตัวและสามารถช่วยชีวิตด้วย CPR ได้ทันที