วันสงกรานต์เป็นประเพณีปีใหม่ไทยโบราณที่สืบทอดกันมาแต่สมัยสุโขทัย โดยคำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสกฤตแปลว่า "การเคลื่อนย้าย" ซึ่งหมายถึงพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ โดยทั่วไปจะจัดขึ้น 3 วันคือ 13-15 เมษายน ซึ่งถือเป็นวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุแห่งชาติ มีจุดประสงค์เพื่อทำบุญ เล่นน้ำคลายร้อน และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ประวัติและความสำคัญของวันสงกรานต์
ที่มาทางโหราศาสตร์: วันสงกรานต์ตรงกับช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดในเดือนเมษายน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยตามคติพราหมณ์
ที่มาทางวัฒนธรรม: ได้รับอิทธิพลมาจากเทศกาลโฮลี (Holi) ของอินเดีย ซึ่งมีการเล่นสาดสีเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดี แต่ไทยเปลี่ยนมาเป็นรดน้ำแทนเพื่อความชุ่มชื่น
การเปลี่ยนแปลงทางราชการ: เคยใช้เป็นวันขึ้นปีใหม่ทางราชการจนถึง พ.ศ. 2483 ก่อนเปลี่ยนมาใช้สากลวันที่ 1 มกราคม แต่สงกรานต์ยังคงเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยตามประเพณีที่สำคัญที่สุด
ตำนานนางสงกรานต์
ตามตำนานเล่าว่า ท้าวกบิลพรหมลงมาท้าพนันปัญหากับธรรมบาลกุมาร โดยใช้ศีรษะเป็นเดิมพัน แต่ท้าวกบิลพรหมแพ้ จึงสั่งให้ธิดาทั้ง 7 (นางสงกรานต์) อัญเชิญพระเศียรแห่รอบเขาพระสุเมรุเป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะผลัดเปลี่ยนกันในแต่ละปี ตามวันที่พระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ
ชื่อเรียกและกิจกรรมทั้ง 3 วัน
13 เมษายน (วันมหาสงกรานต์): วันขึ้นปีใหม่ไทย วันที่พระอาทิตย์ก้าวเข้าสู่ราศีเมษ
14 เมษายน (วันเนา): วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเรียบร้อยแล้ว คนโบราณถือว่าเป็นวันดา (วันเตรียมงาน)
15 เมษายน (วันเถลิงศก): วันขึ้นศกใหม่ หรือวันเริ่มเปลี่ยนศักราชใหม่ตามหลักดาราศาสตร์
ประเพณีและกิจกรรมที่สำคัญ
การสรงน้ำพระ: เพื่อความเป็นสิริมงคล
การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่: เพื่อขอพรและแสดงความกตัญญู
การเล่นน้ำสงกรานต์: เป็นการคลายร้อนและปัดเป่าสิ่งไม่ดี
การทำบุญตักบาตรและปล่อยนกปล่อยปลา: เพื่อสะเดาะเคราะห์ในวันสิ้นปี
การก่อเจดีย์ทราย: เพื่อนำทรายมาบูรณะวัด