เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 69 ทาง เบนซ์ เรซซิ่ง ได้โพสต์ร่ายยาวผ่านทางfacebook ถึง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง โดยเผยว่า ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ในช่วงเวลาที่ชีวิตของผมกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ขณะที่ผมนับวันรอฟังคำพิพากษาศาลฎีกา อยู่ภายใต้สถานะของ “ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา” แม้ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่ชีวิตกลับถูกจำกัดไม่ต่างจากนักโทษเด็ดขาด
ในช่วงเวลานั้น ประเทศกำลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ วันหนึ่งขณะผมแอบชำเรืองดูโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ชื่อของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ปรากฏขึ้นในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
ผมจำความรู้สึกในวินาทีนั้นได้ดี ไม่ได้คิดเรื่องการเมือง ไม่ได้คาดหวังปาฏิหาริย์ แต่ผมบอกกับตัวเองเงียบ ๆ ว่า “ถ้าวันหนึ่งเมื่อผมได้อิสรภาพ ผมจะต้องไปพบคน ๆ นี้ให้ได้”

ไม่ใช่เพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องสิ่งใดให้ตัวเอง แต่เพื่อเล่าให้เขาฟังว่า คนหนึ่งคนที่ยังสู้คดี ต้องเผชิญอะไรบ้างในระบบยุติธรรม.. ตั้งแต่การถูกควบคุมตัวทั้งที่ยังไม่ถูกตัดสิน การสูญเสียโอกาสในการทำงาน ไปจนถึงการไม่มีช่องทางเยียวยาใด ๆ แม้สุดท้ายศาลจะพิพากษาว่า “บริสุทธิ์”
ผมไม่เคยคิดเลยว่า ความตั้งใจเล็ก ๆ ในวันนั้นจะกลายเป็นเรื่องจริง.. หลังจากผมได้รับอิสรภาพ ผมได้มีโอกาสเข้าพบกับ พันตำรวจเอก ทวีสอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และได้เล่าทุกสิ่งที่ผมและคนอีกจำนวนมากเคยเผชิญ ทั้งเรื่องสิทธิของผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา เรื่องการชดเชยเยียวยาสำหรับจำเลยที่ศาลยกฟ้อง รวมถึงปัญหาอีกหลายอย่างที่แทบไม่มีใครพูดถึง
ตอนนั้นผมคิดเพียงว่า.. แค่มีคนรับฟังก็เพียงพอแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ทำให้ผมรู้ว่า “การรับฟังอย่างแท้จริง” สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
กฎหมายเกี่ยวกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในคดีอาญาถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง เกิดแนวคิดเรื่องศูนย์เรือนจำระหว่างพิจารณาคดี เพื่อแยกผู้ที่ยังสู้คดีออกจากนักโทษเด็ดขาด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์กรมราชทัณฑ์กว่า 110 ปี
ยังไม่นับนโยบายส่งเสริมการอ่านเพื่อลดวันต้องโทษ และความพยายามแก้ปัญหาการหางานให้ผู้พ้นโทษ เพื่อไม่ให้ใครต้องกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตราบาปเดิม ๆ หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสร่วมลงพื้นที่ ร่วมกิจกรรม ผมเห็นด้วยตาตัวเองถึงความตั้งใจจริง การรับฟังอย่างไม่เลือกหน้า และความเข้าใจว่าความยุติธรรม ไม่ควรหยุดอยู่แค่ในคำพิพากษา..
สำหรับผม เรื่องราวทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องของตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมือง แต่เกิดจาก “หัวใจของมนุษย์” คนหนึ่ง ที่กล้ารับฟังเสียงเล็ก ๆ จากคนที่เคยอยู่ในจุดต่ำสุดของชีวิต
ขอบคุณจากใจจริง สำหรับความตั้งใจ ความกล้าคิด กล้าทำ และการมองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ โดยไม่ตัดสินใครจากอดีต
เพราะสิ่งที่ท่านทำ อาจไม่ได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ แต่ได้เปลี่ยนโลกของใครอีกหลายคน รวมถึงชีวิตของผมด้วย เบนซ์ เรซซิ่ง 11/01/69

ด้านนักร้องสาว อย่าง ใบเตย อาร์สยาม ก็เข้ามาคอมเมนต์ด้วยว่า ขอบคุณนะคะพี่ชายที่เป็นกระบอกเสียงที่ดีให้ทุกคนในนั้น ด้าน เบนซ์ ตอบกลับว่า ด้วยความยินดีครับ ขอบพระคุณครับ


เรียบเรียง news.in.th