ในสภาวะที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนมักเลือกที่จะหาสถานที่คลายร้อนและพักผ่อนจากการเหน็ดเหนื่อย หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือการจอดรถยนต์ในที่ร่ม เปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อสร้างความเย็นสบาย และงีบหลับพักผ่อนชั่วครู่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมที่ไร้อันตรายและช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่ดูเหมือนปกติสุขนี้กลับอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงร้ายแรงถึงชีวิตได้ ดังเช่นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจและเป็นอุทาหรณ์สำคัญจากเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อมีรายงานการพบหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งมีอายุประมาณ 30 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัว โดยขณะที่ถูกพบนั้น เครื่องปรับอากาศภายในรถยังคงทำงานอยู่และประตูรถทุกบานถูกปิดสนิท เหตุการณ์เศร้าสลดนี้ได้จุดประกายให้เกิดการพูดถึงในวงกว้าง และกระตุ้นให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของการ "นอนในรถเปิดแอร์" ว่าแท้จริงแล้วมีความเสี่ยงอะไรซ่อนอยู่บ้าง และพฤติกรรมดังกล่าวปลอดภัยจริงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการตระหนักรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นซ้ำอีก
5 พฤติกรรมเสี่ยงใช้แอร์รถผิด
1.เปิดแอร์แรงทันทีหลังขึ้นรถ หลังรถจอดตากแดด อุณหภูมิภายในอาจสูงมาก ควรเปิดกระจกให้อากาศร้อนระบายออกก่อน แล้วค่อยเปิดแอร์เพื่อช่วยลดภาระระบบทำความเย็น
2.ปรับช่องลมเป่าลงพื้นรถตลอด เพราะอากาศเย็นจะไหลลงต่ำอยู่แล้ว การหันช่องลมขึ้นด้านบนช่วยกระจายความเย็นได้ทั่วถึงกว่า
3.เปิดโหมดหมุนเวียนอากาศภายในตลอดเวลา แม้ช่วยให้รถเย็นเร็ว แต่หากใช้นานเกินไปอาจทำให้อากาศอับและออกซิเจนลดลง ควรสลับกับโหมดรับอากาศภายนอกเป็นระยะ
4.ไม่เปิดแอร์นานหลายเดือน การปล่อยระบบปรับอากาศไม่ได้ใช้งานนานเกินไป อาจทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรียสะสมในระบบท่อลม เมื่อมาเปิดใช้อีกทีจึงกระทบสุขภาพมาก
5.ละเลยการล้างระบบแอร์และแผ่นกรอง ฝุ่น เชื้อรา และสิ่งสกปรก
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การพักผ่อนในรถช่วงอากาศร้อนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรหลีกเลี่ยงการปิดรถมิดชิดพร้อมเปิดเครื่องยนต์และแอร์เป็นเวลานาน โดยเฉพาะในพื้นที่อับลมหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก
หากรู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้าระหว่างเดินทาง ควรเลือกจุดพักที่ปลอดภัย เปิดให้อากาศถ่ายเท หรือออกมายืดเส้นยืดสายแทนการหลับในรถนานๆ เพราะบางครั้งความสบายเพียงชั่วครู่ อาจแลกมาด้วยอันตรายที่ไม่ทันตั้งตัว