ข่าวยานยนต์

ไขข้อสงสัย เติมน้ำมันรถตอนฝนตกหนัก น้ำฝนจะกระเด็นหรือไหลเข้าไปในถังน้ำมันได้ไหม

|
ไขข้อสงสัย เติมน้ำมันรถตอนฝนตกหนัก น้ำฝนจะกระเด็นหรือไหลเข้าไปในถังน้ำมันได้ไหม

ในช่วงฤดูฝนที่สภาพอากาศแปรปรวน หลายครั้งที่ผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การเติมน้ำมันในขณะที่ฝนกำลังตกอย่างหนัก ทำให้เกิดข้อสงสัยและความกังวลว่าน้ำฝนที่กระเด็นหรือไหลลงมานั้น จะมีโอกาสเล็ดลอดเข้าไปปะปนกับเชื้อเพลิงภายในถังได้หรือไม่ และหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริง จะส่งผลเสียต่อระบบการทำงานของรถยนต์อย่างไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว รถยนต์สมัยใหม่ได้รับการออกแบบมาให้มีระบบป้องกันน้ำเข้าสู่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงในระดับหนึ่ง เช่น ฝาถังที่ปิดสนิท และช่องเติมน้ำมันที่ถูกออกแบบให้มีท่อลงไปสู่ถังโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ฝนตกหนักมาก หรือมีน้ำท่วมขังบริเวณช่องเติมน้ำมัน ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่น้ำฝนบางส่วนอาจกระเด็นเข้าไปได้ แม้จะเป็นปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ตาม

หากน้ำฝนปะปนเข้าไปในถังน้ำมันเชื้อเพลิงจริง แม้ในปริมาณไม่มากนัก ก็อาจส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ได้ เนื่องจากน้ำและน้ำมันไม่สามารถผสมกันได้ น้ำจะไปอยู่ที่ก้นถังและอาจถูกดูดเข้าไปในระบบเชื้อเพลิง ทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ สะดุด หรือแม้กระทั่งดับได้ในบางกรณี นอกจากนี้ ยังอาจทำให้ชิ้นส่วนในระบบเชื้อเพลิงเกิดการสึกหรอหรือเป็นสนิมได้เร็วกว่าปกติ เพื่อลดความเสี่ยง ผู้ขับขี่ควรพยายามหลีกเลี่ยงการเติมน้ำมันในช่วงที่ฝนตกหนักจัด หรือหากจำเป็น ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น จอดรถในจุดที่มีหลังคาคลุม และปิดฝาถังน้ำมันให้สนิททันทีหลังเติมเสร็จ หากสงสัยว่ามีน้ำเข้าไปในถังน้ำมันและรถมีอาการผิดปกติ ควรรีบนำรถเข้าตรวจสอบที่ศูนย์บริการ เพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการแก้ไขอย่างถูกวิธี

หากคุณเติมน้ำมันช่วงฝนตกนั้น โดยปกติการเติมน้ำมันตอนฝนตกไม่ได้ทำให้น้ำฝนเข้าถังได้ง่าย เพราะรถยนต์ถูกออกแบบให้บริเวณช่องเติมน้ำมันมีฝาปิดหลายชั้น ทั้งฝานอก ฝาถัง หรือระบบปิดผนึก เพื่อป้องกันน้ำ ฝุ่น และสิ่งสกปรกอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีบางกรณีที่ควรระวัง โดยเฉพาะรถเก่า รถที่ซีลเสื่อม หรือเติมน้ำมันในจังหวะที่ฝนสาดแรงมาก และยิ่งระหว่างเติมน้ำมัน หัวจ่ายจะเสียบเข้าไปในช่องเติมน้ำมันโดยตรง ทำให้ช่องเปิดไม่ได้โล่งมากพอให้น้ำฝนไหลลงไปง่าย ๆ เว้นแต่มีฝนตกหนัก ลมแรง น้ำสาดเข้าช่องเติมโดยตรง หรือมีน้ำขังอยู่รอบปากถังแล้วไหลตามลงไป

บริเวณฝาถังน้ำมันของรถยนต์ทั่วไปไม่ได้เป็นเพียงช่องเปิดธรรมดา แต่มีการออกแบบให้ลดโอกาสที่น้ำจะเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิง เช่น ฝาปิดด้านนอก ฝาถังน้ำมันแบบหมุนเกลียวหรือฝาปิดอัตโนมัติ ซีลยาง และร่องระบายน้ำบริเวณช่องเติม รถบางรุ่นยังมีระบบป้องกันไอระเหยน้ำมันและระบบตรวจสอบการปิดฝาถัง หากฝาปิดไม่สนิท อาจมีไฟเตือนเครื่องยนต์หรือข้อความแจ้งเตือนขึ้นบนหน้าปัดได้

ดังนั้น หากฝาถังน้ำมันอยู่ในสภาพดี เติมน้ำมันในปั๊มที่มีหลังคา และไม่มีน้ำขังบริเวณปากถัง ก็แทบไม่ต้องกังวลว่าน้ำฝนจะเข้าไปในถังน้ำมัน

กรณีไหนที่น้ำฝนอาจเข้าไปได้?

-ฝนตกหนักและลมแรงมาก จนน้ำสาดเข้าช่องเติมน้ำมันโดยตรง

-เติมน้ำมันกลางแจ้ง โดยไม่มีหลังคาหรือจุดบังฝน

-ฝาถังน้ำมันปิดไม่สนิท หลังเติมเสร็จ หรือฝาปิดชำรุด

-ซีลยางฝาถังเสื่อม ทำให้น้ำหรือความชื้นเล็ดลอดเข้าไปได้ง่ายขึ้น

-ร่องระบายน้ำรอบช่องเติมตัน ทำให้น้ำขังอยู่บริเวณปากถัง

-รถเคยชนหรือซ่อมบริเวณฝาถัง แล้วตำแหน่งฝาปิดหรือซีลไม่แนบสนิทเหมือนเดิม

-ล้างรถด้วยแรงดันสูงฉีดใกล้ฝาถัง หากฝาปิดหรือซีลไม่สมบูรณ์ ก็อาจมีน้ำเล็ดลอดได้

ถ้าน้ำเข้าถังน้ำมัน ควรสังเกตอาการอะไร?

-เครื่องยนต์สะดุด หรือเดินไม่เรียบ

-เร่งไม่ขึ้น หรือมีอาการกระตุกตอนกดคันเร่ง

-สตาร์ตติดยาก ทั้งที่แบตเตอรี่ยังปกติ

-เครื่องดับเองระหว่างขับ

-ไฟ Check Engine ติดหลังเติมน้ำมัน

-รถมีอาการผิดปกติหลังเติมน้ำมันจากปั๊มที่ไม่คุ้นเคยอ

หากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรฝืนขับต่อเป็นระยะทางไกล ควรจอดในที่ปลอดภัยและนำรถเข้าตรวจสอบ เพราะปัญหาอาจมาจากน้ำปนในน้ำมัน น้ำมันคุณภาพผิดปกติ หรือระบบเชื้อเพลิงมีปัญหาอยู่ก่อนแล้ว ในบางครั้ง อาการน้ำปนในน้ำมันอาจไม่ได้เกิดจากการเติมน้ำมันตอนฝนตกโดยตรง แต่อาจมาจากแหล่งอื่น เช่น น้ำมันจากปั๊มมีการปนเปื้อน ความชื้นสะสมในถังน้ำมันของรถ หรือการจอดรถทิ้งไว้นานโดยมีน้ำมันเหลือน้อย

รถที่ปล่อยให้น้ำมันเหลือน้อยเป็นประจำ โดยเฉพาะในสภาพอากาศชื้น อาจมีโอกาสเกิดไอน้ำควบแน่นภายในถังมากขึ้น แม้ปริมาณอาจไม่มากในรถสมัยใหม่ แต่การรักษาระดับน้ำมันไม่ให้ต่ำเกินไปบ่อย ๆ ก็ยังเป็นวิธีที่ดีต่อระบบเชื้อเพลิง

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News