การสังเกตพฤติกรรมการนั่งของตนเองในแต่ละวันถือเป็นเรื่องสำคัญ ลองสำรวจว่าคุณกำลังทิ้งน้ำหนักตัวลงบนก้นทั้งสองข้างเท่ากันหรือไม่ หรือมีพฤติกรรมชอบนั่งตัวไหล เอนตัวไปด้านหลังโดยที่หลังส่วนล่างไม่ชิดพนักพิง ซึ่งท่านั่งที่หลายคนรู้สึกผ่อนคลายนี้ อาจส่งผลกระทบอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว
ข้อมูลจาก รีแฮปแคร์คลินิก ระบุว่า ตามหลักกายวิภาคศาสตร์ กล้ามเนื้อก้นเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และแข็งแรงที่สุดของร่างกาย มีหน้าที่หลักในการเป็นตัวรับน้ำหนักขณะนั่ง แต่หากนั่งผิดวิธี เช่น นั่งไม่เต็มก้น และหลังส่วนล่างไม่ชิดพนักพิง จะทำให้กล้ามเนื้อขนาดเล็กบริเวณรอบกระดูกสันหลังต้องแบกรับน้ำหนักตัวแทนกล้ามเนื้อก้น จนนำไปสู่การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ กระดูกสันหลังซึ่งไม่ได้มีหน้าที่รับน้ำหนักโดยตรงจะถูกกดทับ ส่งผลให้ หมอนรองกระดูกสันหลัง ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อหลัง และอาจรุนแรงถึงขั้นเกิดภาวะหมอนรองกระดูกอักเสบได้
ท่าทางในการนั่งเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหลังและหมอนรองกระดูกสันหลังที่ถูกต้อง
1. นั่งตัวตรงให้ก้นชิดกับพนังพิงของเก้าอี้
2. มีหมอนเล็กๆ รองหลังส่วนล่างเพื่อให้กล้ามเนื้อหลังได้ผ่อนคลายไม่เกิดการเกร็งตัว
3. นั่งพิงโดยใช้พนักพิงคอยประคองหลัง
4. นั่งลงน้ำหนักที่ก้นทั้งสองข้างเท่ากัน ไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
5. วางเท้าราบกับพื้น
แม้ว่าจะจัดท่านั่งได้อย่างถูกวิธีแล้ว แต่ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อสะสมความตึงตัวจนเกิด อาการปวด โดยการทำท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อหลัง สะโพก และก้น
ท่ายืดกล้ามเนื้อก้นสำหรับผู้ที่นั่งนานแล้วมีอาการปวดเมื่อย คือ นำขาข้างหนึ่งมาวางบนขาอีกข้าง (ไขว้เป็นเลข 4) แล้ว ค่อยๆ โน้มตัวโดยหลังยังตรงอยู่ จนรู้สึกตึงบริเวณก้น ค้างไว้ 10 - 15 วินาที ทำซ้ำ 3 - 5 ครั้ง แล้วสลับข้าง สามารถทำได้ทุกวันเพื่อลดโอกาสปวดกล้ามเนื้อก้น โดยหากทำร่วมกับการประคบอุ่นด้วยแผ่นประคบอุ่นไฟฟ้าจะมีผลดี มากยิ่งขึ้น