หากมีอาการ ปวดตื้อๆ ปวดเรื้อรัง และพิกัดเดิมซ้ำๆ ใน 4 จุดพิเศษต่อไปนี้ นั่นอาจเป็นวิธีที่ร่างกายกำลังพยายามส่งสัญญาณเตือนภัยโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง
1. ปวดหัวตื้อๆ ยาวนานผิดปกติ (ไม่เหมือนอาการปวดหัวทั่วไป)
แตกต่างจากการปวดหัวจากความเครียดหรือการนอนไม่พอ อาการปวดหัวที่เกี่ยวข้องกับรอยโรคในสมองมักจะปวดต่อเนื่องยาวนาน และจะรุนแรงเป็นพิเศษในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะรู้สึกตึงแน่นในหัวเหมือนมีอะไรมารัด หากไอ จาม หรือก้มศีรษะ อาการปวดจะทวีความรุนแรงขึ้น ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือตาพร่ามัว
นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการทางระบบประสาทอื่นๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น ความจำเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว เพิ่งทำอะไรก็ลืม แขนขาอ่อนแรงหยิบจับของหลุดมือบ่อยๆ หรือเดินเซทรงตัวไม่ได้
2. แสบร้อนกลางอกหลังกระดูกหน้าอก (อย่าเพิ่งเหมาว่าเป็นโรคกระเพาะ)
คนจำนวนมากมักสับสนอาการปวดแสบหลังกระดูกหน้าอกว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบหรือกรดไหลย้อน แต่หากเป็นความผิดปกติขั้นรุนแรงที่เกิดขึ้นกับหลอดอาหาร อาการปวดมักจะคงที่ มีความแสบร้อน และจะรู้สึกกลืนติดกลืนลำบากเวลากลืนอาหารจะรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ ยิ่งถ้ามีอาการน้ำหนักลดฮวบโดยไม่มีสาเหตุ, ไอหรือขยักเสมหะออกมามีสีคล้ำคล้ายกากกาแฟปน หรืออาการปวดหน้าอกรุนแรงอาจเป็นสัญญาณของ โรคมะเร็งหลอดอาหาร
3. ปวดตื้อลึกๆ บริเวณชายโครงขวา
เนื่องจาก ตับ เป็นอวัยวะที่ไม่มีเส้นประสาทรับความเจ็บปวด (Silence Organ) ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เริ่มแสดงอาการออกมา มักจะไม่ใช่ระยะเริ่มต้นแล้ว ผู้ป่วยจะรู้สึกแน่นๆ ตื้อๆ หรือหนักบริเวณชายโครงขวา ร่วมกับมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อแน่นพุงยาวนานผิดปกติซึ่งนี่คือสัญญาณความเสี่ยงของ โรคมะเร็งตับ
4. ปวดหน่วงเรื้อรังบริเวณอุ้งเชิงกราน
ในเพศหญิง: หากมีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยนอกรอบเดือน, มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์, ปวดหลังส่วนล่างลามไปถึงกระเบนเหน็บอย่างต่อเนื่อง ต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งนรีเวช เช่น มะเร็งปากมดลูก หรือ มะเร็งรังไข่
ในเพศชาย: หากมีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเล็ด ลำปัสสาวะอ่อนแรง ต้องตื่นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อยๆ รวมถึงมีอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกรานทั้งเวลานั่งและเวลานอน ปวดตื้อๆ ยาวนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กและตัดความเสี่ยงของ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก