นพ.หวัง ระบุว่าความเสี่ยงเริ่มสะสมทันทีที่อาหารได้รับความร้อนลดลงจนเข้าสู่ ช่วงอุณหภูมิอันตราย (7°C - 60°C) ซึ่งเป็นช่วงที่แบคทีเรียส่วนใหญ่ เช่น แซลโมเนลลา สามารถเจริญเติบโตและแบ่งตัวได้ทุกๆ 20 นาที
1. ซื้อมาแล้ววางทิ้งไว้ก่อน หลายคนซื้อข้าวกล่องมาแล้วมักจะวางทิ้งไว้เพื่อไถมือถือหรือทำงานบ้านให้เสร็จ การปล่อยให้อาหารเย็นลงในอุณหภูมิห้องคือนำอาหารเข้าสู่ช่วงอุณหภูมิที่แบคทีเรียโปรดปรานที่สุด
2. ปิดฝาภาชนะมิดชิดขณะอาหารยังร้อน การปิดฝากล่องหรือมัดถุงพลาสติกแน่นๆ จะทำให้เกิดความชื้นและอากาศไม่ถ่ายเท กลายเป็น สวรรค์ของแบคทีเรีย โดยเฉพาะเมนูที่มีน้ำหรือโปรตีนสูง
3. รอให้อาหารเย็นสนิทก่อนเข้าตู้เย็น เป็นความเชื่อผิดๆ ที่ว่าของร้อนจะทำตู้เย็นเสีย แพทย์ยืนยันว่าตู้เย็นสมัยใหม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ดี การนำอาหารเข้าตู้เย็นขณะยังอุ่น (แบ่งเป็นภาชนะเล็กๆ เพื่อระบายความร้อน) จะช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่พันธุ์ได้ดีกว่า
4. คิดว่า เดี๋ยวเอามาอุ่นร้อนก็ไม่เป็นไร นี่คือความเข้าใจที่อันตรายที่สุด เพราะแบคทีเรียบางชนิด เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส สามารถสร้างสารพิษที่ทนความร้อนได้ แม้จะนำไปเวฟหรือต้มใหม่ เชื้ออาจตายแต่สารพิษยังคงอยู่
5. ชะล่าใจเพราะอาการไม่เกิดทันที อาการอาหารเป็นพิษมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 6-48 ชั่วโมง หลายคนท้องเสียในวันรุ่งขึ้นจึงมักไม่คิดว่าเป็นเพราะอาหารถุงที่ซื้อมาเมื่อวาน ทำให้ละเลยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆ