แตงโม กลายเป็นผลไม้คลายร้อนอันดับหนึ่งที่หลายคนนึกถึงในช่วงร้อนๆแบบนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ได้ออกมาเตือนคน 7 กลุ่มเสี่ยง ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือหลีกเลี่ยงการทานแตงโมในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้อาการป่วยแย่ลงได้ ดังนี้

1. คนที่มีอาการปวดท้อง หรือระบบย่อยอาหารไม่ดี
แตงโมมี ฤทธิ์เย็น หากผู้ที่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีลมในกระเพาะอาหารมากทานเข้าไป จะยิ่งไปซ้ำเติมให้กระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ ส่งผลให้อาการปวดท้องหรือท้องเสียรุนแรงขึ้นได้
2. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
มีดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะแตงโมที่แดงและหวานจัด หากทานมากเกินไปจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อระบบอินซูลินและไต
3. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องไตทำงานผิดปกติ
เนื่องจากแตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและมีน้ำเยอะ หากไตทำงานไม่ปกติ ร่างกายจะกำจัดน้ำส่วนเกินออกได้ยาก ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ท้องอืด และในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้

4. คนที่เป็นไข้หวัด
ในช่วงที่ร่างกายกำลังป่วยเป็นไข้หวัด การทานแตงโมที่มีฤทธิ์เย็นจัดจะทำให้ร่างกายสะสมความเย็นไว้ภายในมากขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันฟื้นตัวได้ช้าลง และใช้เวลานานกว่าปกติในการหายจากโรค
5. คนที่เป็นแผลในปาก (ร้อนใน)
หลายคนเข้าใจผิดว่ากินแตงโมช่วยแก้ร้อนใน แต่ความจริงแล้วแตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะสูง เมื่อร่างกายขับปัสสาวะออกมาก น้ำในช่องปากจะลดลง ทำให้แผลในปากขาดความชุ่มชื้นและหายช้ากว่าเดิม

6. สตรีมีครรภ์และคุณแม่หลังคลอด
- สตรีมีครรภ์: การทานแตงโมมากเกินไปอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ เสี่ยงต่อภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
- คุณแม่หลังคลอด: ร่างกายของคุณแม่มักจะอ่อนแอและไวต่อความเย็น การทานแตงโมอาจทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีอาการหนาวสั่นได้ง่าย
7. ผู้สูงอายุ
เนื่องจากระบบย่อยอาหารและอวัยวะภายใน เช่น ไตและหัวใจ ของผู้สูงอายุเริ่มเสื่อมสภาพตามวัย การทานแตงโมปริมาณมากๆ อาจส่งผลกระทบต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการทำงานของกระเพาะอาหารได้