จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า ฮายอง เผยว่า เธอเรียนด้านศิลปะมาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย โดยจบการศึกษาจาก ภาควิชาจิตรกรรมตะวันตก มหาวิทยาลัยอีฮวา ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อด้านศิลปะที่ School of Visual Arts (SVA) หนึ่งในสถาบันศิลปะชื่อดังของนิวยอร์ก แต่ในระหว่างเรียนปริญญาโท เธอกลับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากทำอะไรในชีวิต
“เดิมทีฉันก็ชอบดูหนังและชอบเขียนอยู่แล้ว พอดูไปเรื่อย ๆ ก็คิดว่าอยากทำงานในสายนี้ ตอนเรียนปริญญาโท ฉันคิดว่า ‘ถ้าจะลอง ก็ควรลองก่อนที่จะสายเกินไป’” เมื่ออายุ 25 ปี ฮายองจึงเริ่มเข้าเรียนการแสดง และพบว่าตัวเองรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความรู้สึกบางอย่างออกมา เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพโดยแทบไม่ลังเล และเลือกเดินหน้าสู่การเป็นนักแสดงทันที

แต่การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเธอใช้เวลาหลายปีในเส้นทางศิลปะ และกำลังเรียนอยู่ในหลักสูตรปริญญาโทที่นิวยอร์ก ฮายองเล่าว่า พ่อแม่ของเธอเคยแนะนำว่า “ที่บ้านบอกว่า อย่างน้อยก็เรียนปริญญาโทให้จบก่อน เพราะถ้าจบแล้ว อย่างน้อยก็สามารถไปสอนหรือทำงานที่สถาบันกวดวิชาเพื่อหาเลี้ยงตัวเองได้”
แต่ฮายองตอบกลับไปว่า “ฉันไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วันเดียวแล้ว” เธอจึงเลือกเดินตามความฝันทันที และไม่ได้กลับไปเรียนต่อจนกระทั่งถูกตัดชื่อออกจากหลักสูตรในที่สุด ฮายองอธิบายว่า หลักสูตรปริญญาโทเป็นหลักสูตร 2 ปี แต่เธอเรียนไปเพียง 1 ปี และเมื่อไม่ได้กลับไปลงทะเบียนเรียนต่อ ก็ถูกตัดชื่อออกจากมหาวิทยาลัยอย่างสมบูรณ์

เรื่องนี้ทำให้พิธีกรอย่าง คิมซุก (Kim Sook) ถึงกับเสียดายแทน โดยบอกว่าเมื่ออายุมากขึ้นก็เข้าใจความรู้สึกของแม่มากขึ้น เพราะเหลืออีกเพียงปีเดียวก็จะเรียนจบแล้ว อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของฮายองในปัจจุบันกลับสนับสนุนและภูมิใจในตัวลูกสาวอย่างมาก หลังได้เห็นเธอประสบความสำเร็จในเส้นทางนักแสดง
นอกจากเรื่องการเปลี่ยนสายอาชีพแล้ว ฮายองยังเผยอีกมุมที่ทำให้ทุกคนเซอร์ไพรส์ เพราะเธอเป็นนักเรียนที่เรียนเก่งมาตั้งแต่สมัยเรียน เธอบอกว่า “ฉันค่อนข้างชอบเรียนค่ะ มีวิชาที่ชอบอยู่หลายวิชา ก็เลยตั้งใจเรียนมาก”
ฮายองเผยว่า เธอเคยทำคะแนนได้ประมาณ อันดับ 1–2 ของห้อง และยังเคยพยายามอย่างหนักเพื่อให้ติด ท็อป 10 ของทั้งโรงเรียน อีกด้วย เรื่องราวของเธอจึงเป็นอีกตัวอย่างของการกล้าที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง แม้จะต้องทิ้งสิ่งที่ใช้เวลาหลายปีสร้างขึ้นมาก็ตาใ
