ข่าวสังคม - โซเชียล

หมอเจด เตือนภับเงียบ! หลายคนทำพฤติกรรม ซ้ำๆทุกวันแบบไม่รู้ตัว เสี่ยงโรคร้าย

|
หมอเจด เตือนภับเงียบ! หลายคนทำพฤติกรรม ซ้ำๆทุกวันแบบไม่รู้ตัว เสี่ยงโรคร้าย

วันที่ 14 มิ.ย. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ภาพข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “หมอเจด” ระบุว่าหลอดเลือดไม่ได้พังในวันเดียวครับ มันค่อย ๆ พังจากพฤติกรรมที่เราทำซ้ำทุกวันแบบไม่รู้ตัว กินหวานบ่อย ไขมันสูง ความดันสูง นั่งนาน สูบบุหรี่ นอนดึก เครียดสะสม สิ่งพวกนี้เหมือนเอากระดาษทรายไปขัดผนังหลอดเลือดทีละนิด แรก ๆ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่รู้สึกอะไร แต่ข้างในเริ่มอักเสบ ผนังหลอดเลือดเริ่มเสีย ไขมันเกาะง่ายขึ้น และปลายทางอาจเป็นหัวใจขาดเลือด เส้นเลือดสมองตีบ หรือสโตรกได้ครับ

1) น้ำหวานและแป้งขัดขาว ทำให้น้ำตาลกระแทกหลอดเลือด น้ำตาลไม่ได้ทำร้ายเฉพาะคนเป็นเบาหวานครับ คนที่น้ำตาลขึ้นลงแรงบ่อย ๆ จากชาเย็น กาแฟหวาน น้ำผลไม้ ขนม เบเกอรี่ ข้าวขาว หรือเส้นเยอะ ๆ ก็ทำให้หลอดเลือดเครียดได้เหมือนกัน เวลาน้ำตาลพุ่ง ร่างกายจะเกิดการอักเสบและอนุมูลอิสระมากขึ้น ผนังหลอดเลือดด้านในเริ่มทำงานแย่ลง ถ้าทำทุกวัน มันไม่ใช่ “กินนิดเดียว” แล้วนะครับ มันคือหลอดเลือดโดนกระแทกทุกวัน

2) ไขมันเลวสูง แต่ไม่มีอาการ เลยทำให้คนชะล่าใจ LDL สูงไม่ทำให้ปวดหัว ไม่ทำให้เจ็บหน้าอกทันที นี่แหละครับที่อันตราย เพราะมันเงียบมาก ไขมันเลวสามารถเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะถ้ามีความดันสูง น้ำตาลสูง หรือสูบบุหรี่ร่วมด้วย ร่างกายจะมองคราบไขมันเหมือนสิ่งแปลกปลอม แล้วเกิดการอักเสบในผนังหลอดเลือด สุดท้ายกลายเป็นคราบ plaque ที่ทำให้หลอดเลือดตีบ หรือถ้าแตกขึ้นมาก็เกิดลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลันได้

3) ไตรกลีเซอไรด์สูง มักมาพร้อมพุงและดื้ออินซูลิน หลายคนคิดว่าไขมันสูงคือกินมันอย่างเดียว แต่ไตรกลีเซอไรด์มักพุ่งจากหวาน แป้ง แอลกอฮอล์ และพุงครับ ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูงร่วมกับ HDL ต่ำ พุงยื่น น้ำตาลเริ่มแกว่ง หรือไขมันพอกตับ แบบนี้มักสะท้อนว่าระบบเผาผลาญเริ่มรวนแล้ว และภาวะแบบนี้ทำให้หลอดเลือดอักเสบง่ายขึ้นกว่าเดิม

4) ความดันสูง คือแรงกระแทกที่หลอดเลือดต้องรับทั้งวัน ความดันสูงไม่ใช่แค่ตัวเลขบนเครื่องวัดครับ มันคือแรงที่เลือดดันผนังหลอดเลือดตลอดเวลา ลองนึกถึงท่อประปาที่โดนน้ำแรง ๆ อัดอยู่ทุกวัน ผนังท่อก็สึกเร็วขึ้น หลอดเลือดเราก็คล้ายกันครับ ยิ่งความดันสูงนาน ผนังหลอดเลือดยิ่งเสีย ยิ่งแข็ง และยิ่งเปิดทางให้ไขมันมาเกาะง่ายขึ้น

5) เค็มจัดทำให้หลอดเลือดและไตรับภาระพร้อมกัน อาหารเค็มจัด น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส น้ำจิ้ม ซุปเข้มข้น อาหารแปรรูป ทำให้ร่างกายกักน้ำมากขึ้น ความดันขึ้นง่ายขึ้น และหลอดเลือดต้องรับแรงดันมากกว่าเดิม คนที่กินเค็มบ่อย ๆ แล้วบอกว่า “ยังไม่เป็นอะไร” อาจเป็นเพราะหลอดเลือดยังไม่ส่งเสียงครับ ไม่ใช่เพราะมันไม่โดนทำร้าย

6) นั่งนาน ทำให้เลือดไหลเวียนช้าและน้ำตาลค้างนาน นั่งทำงาน นั่งรถ นั่งดูมือถือหลายชั่วโมง กล้ามเนื้อแทบไม่ได้ช่วยดึงน้ำตาลไปใช้เลยครับ เลือดไหลเวียนก็ช้าลง โดยเฉพาะขา กล้ามเนื้อขาเหมือนปั๊มช่วยดันเลือดกลับหัวใจ ถ้าเราไม่ขยับเลย ระบบไหลเวียนก็แย่ลง น้ำตาลหลังอาหารอยู่นานขึ้น ไขมันถูกใช้น้อยลง และหลอดเลือดไม่ได้รับการกระตุ้นที่ดีจากการเคลื่อนไหว

7) สูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดอักเสบแบบตรง ๆ บุหรี่เป็นตัวทำลายหลอดเลือดที่ชัดมากครับ สารในควันบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดอักเสบ หลอดเลือดหดตัว เลือดหนืดขึ้น เกล็ดเลือดเกาะกันง่ายขึ้น และออกซิเจนในเลือดแย่ลง พูดง่าย ๆ คือบุหรี่ทำให้ครบสูตรทั้งหลอดเลือดเสีย เลือดข้น ลิ่มเลือดง่าย และหัวใจทำงานหนักขึ้น คนที่บอกว่าสูบน้อยก็ต้องรู้ไว้ครับ หลอดเลือดรับพิษทุกครั้งที่สูบ

นอนน้อย ทำให้อินซูลิน ความดัน และการอักเสบรวนพร้อมกัน นอนพังไม่ใช่แค่ตื่นมาเพลียครับ แต่มันทำให้ร่างกายคุมฮอร์โมนแย่ลง หิวหวานง่ายขึ้น อินซูลินทำงานแย่ลง ความดันขึ้นง่าย และการอักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น ถ้านอนดึกทุกคืน แล้วหวังให้หลอดเลือดดีด้วยอาหารเสริมอย่างเดียว อันนี้ยากครับ เพราะร่างกายต้องซ่อมตัวเองตอนนอน ถ้าไม่ให้เวลาซ่อม มันก็พังสะสม

9) เครียดเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดเหมือนถูกบีบตลอดเวลา เวลาเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดตัว และความดันขึ้นได้ ถ้าเครียดแค่ชั่วคราว ร่างกายยังพอรับมือไหว แต่ถ้าเครียดทุกวัน พักไม่เป็น นอนไม่หลับ กินหวานแก้เครียด แบบนี้หลอดเลือดแทบไม่ได้พักเลยครับ มันเหมือนเราเปิดโหมดฉุกเฉินให้ร่างกายทั้งวันทั้งคืน

10) ของทอด น้ำมันซ้ำ และอาหารแปรรูป เติมเชื้อไฟให้การอักเสบ ไส้กรอก แฮม เบคอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ ฟาสต์ฟู้ด ของทอดน้ำมันซ้ำ และเบเกอรี่หวานมัน มักมาพร้อมโซเดียมสูง ไขมันไม่ดี น้ำตาลแฝง และสารที่กระตุ้นการอักเสบ กินครั้งเดียวไม่ทำให้หลอดเลือดพังทันทีครับ แต่ถ้ากินเป็นอาหารหลักทุกวัน หลอดเลือดก็เหมือนอยู่ในสภาพแวดล้อมแย่ ๆ ตลอดเวลา

11) พุงยื่น โดยเฉพาะพุงแข็ง คือสัญญาณไขมันลึกกำลังเยอะ ไขมันในช่องท้องไม่ได้อยู่เฉย ๆ ครับ มันปล่อยสารอักเสบ ทำให้อินซูลินทำงานยากขึ้น ทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงง่ายขึ้น และทำให้ตับทำงานหนักขึ้น คนที่พุงยื่น เอวหนา ไขมันพอกตับ น้ำตาลแกว่ง ความดันเริ่มสูง แบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่างแล้วครับ มันคือสัญญาณว่าหลอดเลือดและระบบเผาผลาญกำลังรับภาระหนัก

12) ไม่ตรวจสุขภาพเลย ทำให้โรคเงียบมีเวลาทำลายหลอดเลือด หลอดเลือดอักเสบเงียบมักไม่ได้มีอาการช่วงแรกครับ ถ้าไม่เคยตรวจน้ำตาล ไขมัน ความดัน ค่าไต ค่าตับ หรือไม่เคยวัดรอบเอวเลย เราจะไม่รู้ว่าข้างในเริ่มรวนไปถึงไหนแล้ว หลายคนมารู้ตัวอีกทีตอนเจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรง หรือเส้นเลือดตีบไปแล้ว การตรวจไม่ใช่การหาเรื่องให้ตัวเองเครียด แต่เป็นการรู้ทันก่อนที่ร่างกายจะเก็บหนี้จนจ่ายไม่ไหวครับ

ถ้าอยากลดหลอดเลือดอักเสบ เริ่มจากตรงนี้ครับ

- ลดน้ำหวาน ชานม กาแฟหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้

- ลดแป้งขัดขาว เช่น ข้าวขาวเยอะ ๆ เส้น ขนมปัง เบเกอรี่

- ลดเค็มและอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

- เพิ่มโอเมก้า-3 จากปลาทะเล ปลาทู แซลมอน ซาร์ดีน เมล็ดเจีย วอลนัต

- เพิ่มอาหารต้านอนุมูลอิสระ จากผักใบเขียว เบอร์รี มะเขือเทศ ชาเขียวไม่หวาน

- เพิ่มผัก ไฟเบอร์ ถั่ว และไขมันดี ให้หลอดเลือดรับภาระน้อยลง

- เดินหลังอาหาร 10–15 นาที และลุกขยับถ้านั่งนาน

- คุมความดัน ไขมัน น้ำตาล และรอบเอว

- นอนให้พอ เลิกบุหรี่ และเลี่ยงควันบุหรี่

- ตรวจสุขภาพเป็นระยะ โดยเฉพาะคนที่มีพุง ไขมันสูง เบาหวาน หรือประวัติครอบครัวโรคหัวใจครับ

หลอดเลือดอักเสบเงียบไม่ใช่เรื่องไกลตัวครับ มันเริ่มจากพฤติกรรมที่เราทำซ้ำทุกวัน หวานบ่อย เค็มจัด ไขมันสูง นั่งนาน สูบบุหรี่ นอนพัง เครียดเรื้อรัง และพุงที่ค่อย ๆ โตขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้เราล้มลงทันที แต่มันค่อย ๆ ขูดผนังหลอดเลือดจากข้างใน ถ้ายังดื้อบอกว่าไม่เป็นไร เพราะยังไม่เจ็บอะไร อันนี้หลอดเลือดอาจกำลังพังเงียบ ๆ อยู่ก็ได้ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ABOUT THE AUTHOR

oum

ทีมข่าว Siam News