เป็นอีกหนึ่งบุคคลในวงการบันเทิงที่เคยสร้างความสุขให้กับแฟนเพลงมายาวนาน สำหรับ 'สายัณห์ นิรันดร' อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังผู้เป็นขวัญใจมหาชน ด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และบทเพลงที่เข้าถึงใจ ทำให้เขามีผลงานสร้างชื่อมากมาย โดยเฉพาะเพลง 'รองเท้าหน้าห้อง' ที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายเมื่อปี พ.ศ. 2535 ทำให้ชื่อของ สายัณห์ นิรันดร เป็นที่รู้จักและจดจำของแฟนเพลงทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม หลังจากโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาเป็นเวลานาน ปัจจุบัน สายัณห์ นิรันดร ได้ตัดสินใจยุติบทบาทการเป็นนักร้อง และย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา โดยได้ผันตัวมาประกอบอาชีพใหม่ ด้วยการเปิดร้านอาหาร เพื่อเลี้ยงดูตนเองและดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย ห่างไกลจากแสงสีของวงการบันเทิง

สำหรับประวัติของ "สายัณห์ นิรันดร"
สายัณห์ นิรันดร หรือ น้อย สมศักดิ์ ภู่มาก เป็นอดีตนักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชน ในแนวเสียง ของสายัณห์ สัญญา ผู้ล่วงลับ พื้นเพเดิมของ สายัณห์ นิรันดร เป็นชาวอำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ
สายัณห์ นิรันดร มีผลงานที่สร้างชื่อคือ เพลง "สุโขทัยระทม" โดยเป็นการนำเพลงดังในอดีตของ เพชร โพธาราม มาร้องใหม่ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้แฟนเพลงรู้จักพอสมควร แต่มาโด่งดังทั่วประเทศด้วยบทเพลงสุดฮิต คือ "รองเท้าหน้าห้อง" ที่แต่งจากปลายปากกาของ ครูสลา คุณวุฒิ นอกจากนี้ยังมีเพลง รักแท้แค่พี่ชาย, อกหักจากคาเฟ่ เป็นต้น และมีผลงานออกมาต่อเนื่องกับ "ท็อปไลน์ มิวสิค"
ก่อนถึงช่วงขาลง "สายัณห์ นิรันดร" เขาเริ่มเกิดปัญหาสุขภาพ มีโรครุมเร้าหลายอย่างตามมา จนไม่สามารถออกรับงานเพลงได้และต้องเงียบหายออกไปจากวงการเพลง

จากรายงานข่าว สายัณห์ นิรันดร ได้เผยว่า หลังจากงานร้องเพลงลดน้อยลง มีชีวิตค่อนข้างลำบากแต่ก็ไม่คิดยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตจึงไปขี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างอยู่พักหนึ่งแต่ก็ต้องหยุดไปจึงไปหาที่เปิดเพิงร้านขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในกทม. แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก จึงเดินทางกลับบ้านตั้งหลัก หลังได้บวช ก็เริ่มมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี เลยต้องสึกออกมาดูแลครอบครัว และทำไร่มันสำปะหลัง ทำนาเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป แม้สภาพร่างกายดูหม่นหมองไม่มีสง่าราศีเหมือนสมัยเป็นขวัญใจมหาชน

ต่อมาบังเอิญได้พบและรู้จักกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ที่ได้กรุณาเมตตายกที่ดินให้ปลูกร้านขายส้มตำ ซึ่งตอนแรกก็ทำเพิงร้านเล็กๆ ขายส้มตำ แต่ต่อมาผู้ใหญ่ท่านนี้ก็มาลงทุนก่อสร้างร้านให้ใหญ่ขึ้น หมดค่าก่อสร้างไปหลายแสนบาทโดยที่ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน และไม่คิดค่าเช่าที่ดินแม้แต่บาทเดียว และได้มีลูกค้าแวะเวียนมาทานที่ร้านครัวอิสานทั้งลูกค้าประจำและขาจร ถ้าวันไหนว่างๆ ไม่มีงานร้องเพลงหรือติดธุระ สายัณห์เผยว่าตนเองก็จะมาตำส้มตำให้ลูกค้าทานกันตลอดไม่ให้ขาด บางคนก็จำได้บ้างก็จะให้ร้องเพลงให้ฟัง
