จากกรณีที่ นายกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ผู้บริหารและเจ้าของร้านไอศกรีมเจลาโต้แบรนด์ PARAMETER ได้กลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย สืบเนื่องมาจากโพสต์ที่แสดงทัศนคติเกี่ยวกับความคิดและการพัฒนาของคนไทย ควบคู่ไปกับการตั้งข้อสังเกตเรื่องราคาไอศกรีมของร้านที่หลายคนมองว่าสูง เมื่อเทียบกับปริมาณที่เสิร์ฟในถ้วยขนาดเล็ก ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 159 บาท ไปจนถึง 519 บาท
ในโพสต์ดังกล่าว นายกฤษณ์ได้ระบุถึงมุมมองที่ต้องการเห็นการพัฒนา โดยมีใจความสำคัญว่า “คนไทยต้องหยุด mindset ที่ไม่พัฒนาแบบนี้ครับ มิเช่นนั้นประเทศชาติจะมีแต่ของแย่ๆ ห่วยๆ เต็มประเทศไปหมด ใครคิดจะทำอะไรดีๆ ก็จะโดนด่า พวกเขาหมดกำลังใจ และหยุดทำ / ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว สังคมให้ค่าของดี ของที่มีนวัตกรรม ของที่มีความพิเศษ มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะมันทำยาก พวกคุณต้องสนับสนุนคนเหล่านี้ เชิดชูเขา เพราะเขาสร้างความเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้น > พวกคุณก็จะบริโภคแต่ของแย่ๆ ถูกๆ ไปเรื่อยๆ ไม่พัฒนา อยู่แต่ในกะลา”
นอกจากนี้ นายกฤษณ์ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงความตั้งใจในการทำธุรกิจในประเทศไทย แม้จะมีข้อเสนอให้ไปเปิดสาขาในต่างประเทศจำนวนมากก็ตาม โดยระบุว่า “จากใจเลยนะครับ ตอนนี้คนติดต่อมาให้ไปเปิดสาขาเยอะมากๆ ในต่างประเทศ แต่ผมยังไม่อยากไปเลย ผมอยากให้คนไทยได้รู้สึกกับสิ่งที่ผมรู้สึกเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ Italy มันพิเศษมาก ๆ ครับ ผมอยากให้ทุกคนได้กิน”

ข้อความดังกล่าวได้จุดประกายให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างดุเดือดในหมู่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย โดยมีการตั้งคำถามถึงมุมมองดังกล่าวและบริบทของการนำเสนอ
ล่าสุด เข็ม ตีสิบ ได้โพสต์สวนกลับในฐานะคนที่เคยขายไอศกรีมเจลาโต้จากอิตาลีเหมือนกันว่า… จากใจคนขายเจลาโต้ จากอิ๊ทาลี่ มาก่อน แถมมีดีกรีเรียนจบจากสถาบัน top3 กับครูชาวอิ๊ทาเลียนด้วย อาจจะเรียนไม่ถึง 5 ปี แต่ปั่นเองทุกขั้นตอน ใช้ของดีสุดๆ จนเจ๊ง ตอนนั้นขาย scoop ละ89 บาท โดนสาป แพงจัด บอกเลย แค่ปั่นจบก่อน process ไม่ให้เหนียวมาก ก็ super platinum ultra smooth ได้ เข้าใจการตลาดสไตล์ negative เพราะเรียกinflu ได้มาก แบบยิ่งโดนด่ายิ่งดังน่ะ แล้วท้าทายคนที่อยากไปลองเพื่อจะมาวิจารณ์ แต่ช่วงหลังๆ ดูจะหลุดๆ สลิ้งแตก เวลาเจอคอมเมนต์ ชาวเน็ตไทย ขอให้ปรับให้การตลาดให้เป็น positive บ้างก็ได้เด้อ ถือว่าเก่ง ปั่นเก่ง

