เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งเสียงพากย์มวยระดับตำนานที่แฟนมวยคุ้นหูกันเป็นอย่างดี สำหรับ นก ตานี ล่าสุดได้มาเปิดใจในรายการ ARMCHAIR ทางช่อง Workpoint 23 ถึงเส้นทางชีวิตก่อนก้าวขึ้นมาเป็นนักพากย์มวยแถวหน้าของเมืองไทย โดย มีบางช่วงของรายการที่ พิธีกร ได้ถามถึงเรื่องดังกล่าว เจ้าตัว เล่าว่า เติบโตมากับวงการมวยตั้งแต่เด็ก เพราะคุณพ่อเป็นนักมวยที่จังหวัดปัตตานี ทำให้คลุกคลีอยู่ข้างสังเวียนมาตลอดชีวิต

นอกจากพื้นฐานจากสายเลืoดนักสู้แล้ว นก ตานี ยังมีพื้นเพครอบครัวฝั่งคุณตาคุณยาย ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะพื้นบ้าน ทั้งหนังตะลุง และมโนราห์ ส่งผลให้ในวัยเด็กชื่นชอบการเชิดหนังตะลุง และได้ฝึกการใช้เสียงตั้งแต่เนิ่นๆ จนกลายเป็นทักษะสำคัญที่หล่อหลอมสู่เส้นทางนักพากย์ในเวลาต่อมา แม้จะเคยขึ้นเวทีชกมวย เพื่อหารายได้ช่วงเรียน แต่สุดท้ายก็พบว่า ตัวเองถนัด และรักการใช้เสียงมากกว่า

หลังเรียนจบจาก มศว พละ (ประสานมิตร) เส้นทางอาชีพก็เริ่มต้นอย่างจริงจัง เมื่อได้เข้าทำงานเป็นนักข่าวสายมวยกับสำนักพิมพ์มติชน ก่อนจะมีโอกาสได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของ ครูเฒ่า หรือ ชนะ ทรัพย์แก้ว ครูมวยชื่อดัง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้ทั้งด้านมวย และงานสื่ออย่างลึกซึ้ง

จากประสบการณ์ที่สั่งสมทั้งในวงการข่าว และวงการมวย ทำให้ นก ตานี ค่อยๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และได้รับการยอมรับในฐานะนักพากย์มวยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนชื่อเสียงเริ่มโดดเด่นมากขึ้นในวงการ

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปหันมารู้จักอย่างแพร่หลาย คือ การปรากฏตัวในรายการ 10 Fight 10 ซึ่งทำให้น้ำเสียง และลีลาการพากย์อันเป็นเอกลักษณ์ของ นก ตานี กลายเป็นที่พูดถึง และได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากทั้งแฟนมวย และผู้ชมทั่วไป

ภาพ จาก nktaanii
เรียบเรียงโดย news.in.th