จากสื่อต่างประเทศ ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เวลา 08:23 น. เหมิงฉีฉีได้โพสต์ข้อความขนาดยาวพร้อมรูปภาพบนเวยป๋อส่วนตัว โดยเรียกชื่อไป๋ลู่โดยตรง ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้: กล่าวหาโปรเจกต์ซีรีส์ “ชายาเคียงหทัย” ที่ไป๋ลู่ร่วมแสดงว่า ได้เปลี่ยนทีมเขียนบททั้งหมดก่อนเปิดกล้อง พร้อมตั้งคำถามว่า “ไป๋ลู่ คุณมีสิทธิ์อะไรถึงมายัดเยียดคนเขียนบทเข้ามาตอนใกล้จะเปิดกล้อง?” ระบุว่าทีมของตนใช้เวลาเขียนบทให้โปรเจกต์นี้มานานถึงหนึ่งปี ซึ่งบทเวอร์ชั่นนี้เป็น "ร่างสำคัญที่ใช้ผ่านการอนุมัติ " จนทำให้โปรเจกต์ได้รับคะแนนประเมินระดับ S-grade จากแพลตฟอร์ม และสามารถดึงตัวผู้กำกับ "หลินอวี่เฟิน" รวมถึง "ไป๋ลู่" มารับบทนำในฐานะทีมนักแสดงหลักได้

ชี้แจงว่า ทางผู้จัดซีรีส์ให้เครดิตทีมงานเดิมแค่ช่วงท้ายเรื่อง (Ending Credits) ในฐานะ "ทีมเขียนบทร่างแรก" เท่านั้น แต่กลับไม่มีการให้เครดิตในช่วงต้นเรื่อง ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญาที่ระบุว่า "จะให้เครดิตตามสัดส่วนการผลงานที่ทำ" นอกจากนี้ยังได้เข้ามาคอมเมนต์ถามย้ำในช่องแสดงความคิดเห็นว่า “พวกเราเขียนบทมาเป็นปีจนผ่านการอนุมัติ พวกเราเข้ากองถ่ายแล้ว และได้ประชุมกับผู้กำกับหลินอวี่เฟินตั้งหลายครั้งแล้ว คุณมีสิทธิ์อะไรมาเปลี่ยนตัวพวกเรา?? เพราะคุณเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์งั้นเหรอ?”
ข้อเรียกร้องหลักในการออกมาโพสต์ของเหมิงฉีฉีในครั้งนี้คือ "สิทธิ์ในการได้รับเครดิตในฐานะคนเขียนบท" เธอกล่าวว่าทีมงานได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมากตลอดระยะเวลาการทำงานกว่าหนึ่งปี (รวมถึงตอนที่เธอผ่าตัดติ่งเนื้อในลำไส้ก็ยังไม่กล้าหยุดพัก) แต่สุดท้ายกลับถูกเปลี่ยนตัวยกชุดในช่วงที่ โปรเจกกำลังจะเปิดกล้อง อีกทั้งทางผู้จัดยังให้สถานะแค่ผู้เขียน "ร่างแรก" ในช่วงท้ายเรื่อง โดยไม่ยอมรับการมีส่วนร่วมในฐานะคนเขียนบทร่วม (Co-writer) ในช่วงต้นเรื่อง เธอจึงมองว่านี่เป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของสัญญา จึงได้ออกมาเรียกร้องขอคำอธิบายจากไป๋ลู่และทางผู้จัดซีรีส์อย่างเปิดเผย

ณ วันที่ 10 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่กระแสข่าวกำลังแพร่กระจาย ตัวของไป๋ลู่และสตูดิโอ (ต้นสังกัด) ยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางผู้จัดซีรีส์ “ชายาเคียงหทัย” (เช่น Xinguang Pictures) ยังไม่มีการตอบกลับอย่างเป็นทางการเช่นกัน เหมิงฉีฉีได้โพสต์เวยป๋อเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า เธอเริ่มได้รับข้อความด่าทอส่งเข้ามาในกล่องข้อความส่วนตัว (DM) เป็นจำนวนมาก พร้อมระบุว่านี่คือ "พฤติกรรมพื้นฐานของแฟนคลับไป๋ลู่"
